ด้านหลังสนามกีฬาเป็นแนวป่าเล็ก ๆ พอเดินผ่านแนวป่าไปก็จะถึงกำแพงโรงเรียนที่สีถลอกเป็นด่าง
ไม่รู้ว่ามีครูตามมาหรือเปล่า แต่พวกเขาคงออกทางประตูโรงเรียนไม่ได้แน่ หลังประชุมเสร็จพวกผู้บริหารโรงเรียนจะไปรวมตัวกันแถวเวทีพิธีมอบเงินบริจาคที่จัดเตรียมไว้ ถ้าออกทางนั้นคงเด่นเกินไป
ลู่ฉือเหยียบลงบนรอยเว้าเล็ก ๆ บนกำแพง ออกแรงด้วยขาแล้วใช้มือยันก็ปีนขึ้นไปได้แล้ว
พวกผู้ชายคนอื่นมองท่าทางคล่องแคล่วราวกับสายน้ำไหลของเขาแล้วอดแซวไม่ได้ “พี่ชาย ดูท่านายจะปีนบ่อยนะ”
ลู่ฉือชะงักท่าทางตอนกระโดดลงไป พลางเหลือบมองเสิ่นเจ๋อเหวินอย่างไม่รู้ตัว เสียงวนอยู่ในลำคอครู่หนึ่ง “ก็ไม่เท่าไร ปกติแค่ตอนอากาศร้อนจะปีนออกไปซื้อน้ำ ไม่ได้หนีเรียน”
หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมลู่ฉือต้องเสริมคำอธิบายต่อท้าย การหนีเรียนเป็นเรื่องปกติธรรมดาในโรงเรียนของพวกเขา
แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพียงเดินตามกันไป แล้วทยอยปีนข้ามกำแพงออกไป
เพิ่งเล่นบาสเสร็จ แถมยังวิ่งสปรินต์ร้อยเมตรมาอีกรอบ ทุกคนเลยรู้สึกร้อนกันไม่น้อย
ดูเหมือนพวกผู้ชายกลุ่มนี้จะนัดกันมาเล่นบาสเป็นประจำ พอเดินเข้าไปในร้านขายของชำก็ทักทายเจ้าของร้าน แล้วเปิดตู้แช่หยิบน้ำเย็นกันยกใหญ่
น้ำแร่ขวดหนึ่งที่มีหยดน้ำเกาะพราวถูกยื่นมาตรงหน้าเสิ่นเจ๋อเหวิน
เสิ่นเจ๋อเหวินกวาดตามอง “ไม่กระหาย ขอบคุณ”
ผู้ชายคนนั้นจึงยื่นน้ำไปทางด้านหลังเสิ่นเจ๋อเหวินให้เพื่อนของเขาแทน
ในมือของเขาเองก็ถือเครื่องดื่มเย็น ๆ ราคาถูกที่สุดอยู่ขวดหนึ่ง กำลังจะเดินไปจ่ายเงิน
แล้วก็มีน้ำอีกขวดมายื่นอยู่ตรงหน้าเสิ่นเจ๋อเหวิน
เมื่อครู่ลู่ฉือมัวแต่ก้มหน้ามองหาของในตู้แช่ข้าง ๆ ว่ามีไอศกรีมแท่งอร่อย ๆ หรือเปล่า จึงไม่ทันสังเกตความเคลื่อนไหวทางนี้
