ทริปมาอำเภอหนิงครั้งนี้ไม่ได้เร่งรีบนัก เพราะหลายแห่งเสิ่นเจ๋อเหวินจะพาลู่ฉือไปดูด้วยตัวเอง แล้วถามเขาว่าอยากปรับแก้อย่างไร
วันพิธีมอบเงินบริจาค ทั้งสองมาถึงก่อนเวลาที่กำหนดหนึ่งชั่วโมง
โรงเรียนแขวนป้ายผ้าไว้ตั้งแต่เช้า ทั้งยังตั้งเวทีไว้หน้าอาคารเรียน ปูพรมแดงที่แปดร้อยปีจะได้ใช้สักครั้ง
ในป้อมยามหน้าประตูมีชายชราวัยห้าสิบหกสิบปีคนหนึ่งคลุมหมวกนอนหลับอยู่ พอเดินผ่านประตูเหล็กสีซีดเข้าไป ก็เห็นอาคารเก่าสองสามหลังตั้งเรียงกันอยู่ ด้านข้างเป็นสนามที่พื้นยางของลู่วิ่งลอกเผยอขึ้นมา
ผนังด้านนอกของอาคารเรียนเป็นสีเหลืองครีมซีดจาง ผิวกำแพงมีร่องรอยที่น้ำฝนชะล้างไว้เต็มไปหมด ในโถงบันไดที่มืดสนิท มีเพียงราวบันไดที่ถูกจับจนเงาวับ และมีสีถลอกหลายจุดจนเห็นเนื้อเหล็กด้านใน
ผู้บริหารโรงเรียนน่าจะกำลังประชุมเตรียมงานรอบสุดท้ายสำหรับวันนี้ บนเวทีพิธีมอบเงินบริจาคมีคนงานอยู่เพียงไม่กี่คน กำลังตั้งบันไดแล้วขยับปรับป้ายผ้าด้านบนไปมา
“นั่นคือห้องเรียนเก่าของผม”
ลู่ฉือเงยหน้ามองห้องเรียนที่เปิดประตูด้านหน้าอยู่ตรงสุดทางเดินชั้นสาม แล้วชี้ให้เสิ่นเจ๋อเหวินดู
อ้อมจากด้านหน้าอาคารเรียนไปด้านหลัง ใต้เงามืดผืนใหญ่มีถุงขยะอยู่เต็มไปหมด ล้วนเป็นฝีมือนักเรียนไร้มารยาทที่โยนลงมาจากหน้าต่างชั้นบน
ห้องน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้โถงบันไดมีหน้าต่างหม่นมัวเปิดแง้มอยู่ ควันขาวลอยออกมาจากข้างในเป็นสาย ๆ
นักเรียนที่ไม่เอาไหนเห็นว่ามีคนอยู่ด้านล่าง ก็หดตัวจากริมหน้าต่างเข้าไปเล็กน้อย แต่ยังคงสูบบุหรี่พ่นควันอยู่ตรงนั้น
