อาศัยจังหวะที่ตอนนั้นคุณเสิ่นไม่ได้อัดเสียงไว้ เสิ่นเจ๋อเหวินจึงปฏิเสธคำพูดที่ตัวเองเคยพูดออกไปอย่างสิ้นเชิง
ออกจากห้องหนังสือ เดินลงชั้นล่างผ่านห้องนั่งเล่น สายตาของเสิ่นเจ๋อเหวินกวาดมองอย่างไม่ตั้งใจ เห็นคนคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
คนคนนั้นมัดผมทรงเจ้าหญิง อากาศหนาวขนาดนี้ เพื่อความสวยงามจึงแต่งตัวบางเบาเหลือเกิน นั่งอย่างกระมิดกระเมี้ยนแล้วกินผลไม้ที่ป้าสาวใช้ยกมาให้ทีละคำเล็ก ๆ
เสิ่นเจ๋อเหวินขมวดคิ้ว “ฟางเข่อซิน เธอยังอยู่ที่นี่อีกหรือ”
ฟางเข่อซินรีบยกนิ้วชี้ขึ้นหนึ่งนิ้ว ให้เสิ่นเจ๋อเหวินหุบปาก
เธอไม่ได้ยังอยู่ แต่หลังจากบินกลับเซี่ยงไฮ้ถึงบ้านแล้วรายงานว่าปลอดภัย ก็กลับไปออดอ้อนกับพ่อแม่อยู่นานสองนาน ถึงได้รับอนุญาตให้มาเที่ยวที่เมืองหลวงต่ออีกหน่อย
ยังไงเสียตอนนั้นเธอก็พักการเรียนไว้ชั่วคราวเพื่อเดินทางรอบโลกอยู่แล้ว อยู่บ้านก็ว่างไปวัน ๆ
วันนี้เธอจงใจแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ ก็เพื่อให้เสิ่นลั่วลงมาแล้วเห็นเธอแล้วตาลุกวาว แต่ตอนนี้เธอยังเรียบเรียงคำพูดไม่เสร็จ กำลังซ้อมบทพูดที่จะเจอเสิ่นลั่วอยู่ในหัว เพราะยังไม่อยากให้เสิ่นลั่วรู้ว่าเธอมา
เสิ่นเจ๋อเหวินคว้าผ้าห่มบาง ๆ สำหรับห้องแอร์บนโซฟาโยนให้เธอ “อย่าเสียแรงเปล่าเลย เสิ่นลั่วไม่อยู่”
“หา?” ฟางเข่อซินเสียงหลุดทันที “ทำไมล่ะ! วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ วันหยุดเธอก็ทำงานด้วยหรือ”
เสิ่นเจ๋อเหวินบอกฟางเข่อซินอย่างไร้เยื่อใย “เมื่อวานโรงพยาบาลพวกเขามีคนไข้ฉุกเฉิน เธอทำงานล่วงเวลาแล้วพักที่โรงพยาบาลเลย”
หลังของฟางเข่อซินที่ตั้งตรงก็ทรุดลงทันที
เศร้าอยู่ในใจเงียบ ๆ ไม่กี่วินาที แล้วก็บ่นพึมพำว่าหมอทำไมถึงยุ่งขนาดนี้
สายตาที่หมดความคาดหวังกวาดมองไปเรื่อยเปื่อย เหลือบเห็นหน้าจอมือถือของเสิ่นเจ๋อเหวิน
เท่าที่เธอรู้ มือถือของเสิ่นเจ๋อเหวินใช้ภาพพื้นหน้าจอเดิมมาตลอด เรียบง่ายจนไม่สามารถเรียบง่ายได้มากกว่านี้แล้ว แต่ตอนนี้ภาพพื้นหน้าจอเปลี่ยนไป เหมือนเป็นรูปถ่ายของใครคนหนึ่ง
