เมื่อไม่นานมานี้ ลู่ฉือเพิ่งจัดการงานบริษัทเสร็จก็มาที่นี่
“ชิงจินซิ่วฟาง” มีชื่อเสียงในด้านการสืบสานงานหัตถกรรมมรดกภูมิปัญญาที่ไม่ใช่ตำรา ชาติก่อนลู่ฉือเคยได้รับผ้าพันคอไหมเป็นของขวัญจากคนอื่น ลวดลายและเนื้อผ้าดีเป็นพิเศษ
ดังนั้นเมื่อซุนเจี๋ยพูดถึงการให้ของขวัญทำมือ ลู่ฉือก็นึกถึงร้านนี้เป็นเจ้าแรก
ทันทีที่เข้าร้าน ก็มีพนักงานสาวคนหนึ่งกระตือรือร้นเดินมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าต้องการอะไรคะ”
ในตู้โชว์ชั้นหนึ่ง ผ้าพันคอไหมปักมือ ผ้าหยุนจิ่น ถุงหอม ล้วนมีลวดลายวิจิตรงดงาม ดูเรียบหรูมีระดับ
เมื่อรู้ว่าลู่ฉืออยากทำถุงหอมให้เพื่อนสักใบ
เนื่องจากการให้ถุงหอมในอดีตมีความหมายพิเศษ พนักงานจึงถามตรง ๆ เพื่อจะได้แนะนำผ้าและลวดลายได้ตรงใจมากขึ้นว่า “แฟนผู้ชายหรือผู้หญิงคะ”
ลู่ฉือชะงักไปชั่วขณะ เม้มปาก แล้วเพิ่มอีกคำ “เพื่อนผู้ชายครับ”
พนักงานเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง พูดยิ้ม ๆ ว่า “ไม่ใช่แฟนสินะคะ งานปักแบบนี้เรียนยากนะ การยอมเสียเวลาและใส่ใจทำถุงหอมให้ใครสักคน คนนั้นต้องเป็นคนในใจแน่ ๆ เลยค่ะ”
คนในใจ… คนที่อยากขอบคุณจากใจจริงนับเป็นคนในใจได้ไหม
ลู่ฉือไม่อธิบายอะไรมาก
ยังไงพนักงานก็ไม่รู้จักเขา และยิ่งไม่รู้จักเสิ่นเจ๋อเหวิน เขาก็แค่ลูกค้าธรรมดาคนหนึ่ง
ลู่ฉือมองสินค้าในตู้โชว์ แล้วมองเส้นไหมที่ซื้อมากับถุงหอมเปล่าในมือ กำลังกังวลว่าด้วยฝีมืออันงุ่มง่ามของตัวเองจะทำเสร็จทันก่อนตรุษจีนไหม
ผลคือเพิ่งออกมาก็เจอติงเหว่ยที่พาหลานสาวออกมาเที่ยว
เด็ก ๆ ปิดเทอมเร็ว เทอมนี้ติงเหว่ยก็ใกล้จะเรียนจบคอร์สที่สถาบันหมิ่นสิงแล้ว
