สุดสัปดาห์แรกหลังวันปีใหม่ เสิ่นเจ๋อเหวินอ้างตัวเป็น “รุ่นพี่” พาลู่ฉือกลับไปเยี่ยมบ้าน
เสิ่นลั่วรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าลู่ฉือจะมา เพราะเสิ่นเจ๋อเหวินบอกที่บ้านไว้ตั้งแต่สามวันก่อน แต่พอได้เห็นลู่ฉือเป็นครั้งแรก เธอก็ยังอดแปลกใจไม่ได้
ก่อนหน้านี้เสิ่นลั่วได้ยินเรื่องของตระกูลเฉินแค่จากข่าว เธอยุ่งกับการเรียนจนไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มากนัก จึงคิดว่าเสิ่นเจ๋อเหวินแค่พาเพื่อนร่วมชั้นธรรมดาคนหนึ่งกลับมากินข้าวด้วย
คำว่าธรรมดาในความคิดของเธอ หมายถึงธรรมดาในทุกด้าน ทั้งผลการเรียน นิสัย และหน้าตา...
แต่พอได้เห็นแบบนี้เข้า
จุ๊ ๆ เสิ่นลั่วส่งสายตาเหยียดหยามให้เสิ่นเจ๋อเหวิน ก่อนพูดหยอกล้อว่า “ว่าแต่นายออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ในวันหยุดไปทำอะไร ที่แท้ก็พาเด็กไปเที่ยวสินะ”
ลู่ฉือยืนนิ่งเก้กังอยู่กับที่ แก้ตัวอย่างไร้น้ำหนักว่า “ผม...ไม่ใช่เด็ก”
ตอนเด็กเขาขาดสารอาหารจึงโตช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ตอนนี้ใกล้จะอยู่เมืองหลวงครบปีแล้ว เขาก็สูงขึ้นพรวดพราดราวกับหน่อไม้ผลิยอด ระยะห่างระหว่างเขากับเสิ่นเจ๋อเหวินเวลาอยู่ด้วยกันจึงไม่ต่างกันลิบลับเหมือนก่อนแล้ว
ทีแรกเขาไม่อยากตอบรับคำเชิญของเสิ่นเจ๋อเหวิน เพราะไม่ค่อยอยากรู้จักคนอื่นเพิ่ม และไม่ถนัดคุยกับผู้ใหญ่
แต่ตอนนั้นตัวเขาอยู่ในสภาพน่าอึดอัด พอสบตาเสิ่นเจ๋อเหวิน เขาก็นึกไม่ออกว่าจะปฏิเสธคนที่ช่วยเหลือเขามากที่สุดจนถึงตอนนี้อย่างไร จึงเผลอตอบตกลงไป
เสิ่นลั่วถอนสายตาที่มองเสิ่นเจ๋อเหวินอย่างมีความหมาย ก่อนหันไปมองลู่ฉือด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่หางตา “แกเป็นเพื่อนเสิ่นเจ๋อเหวิน แถมยังอายุน้อยกว่าเขา ฉันเรียกว่าเด็กก็ไม่เห็นเป็นไร”
