“พี่ฉู่! พี่ฉู่!” ซ่งเถียนเอ๋อร์กระทืบเท้าร้อนใจอยู่บนเรือ “แม่นางคนนั้นล่ะ? แม่นางที่ตกลงมาจากฟ้าน่ะ?”
ฉู่หลิวเซียงว่ายกลับมาข้างเรือ ก่อนพลิกตัวขึ้นบนดาดฟ้า
สีหน้าของเขางุนงงอย่างที่แทบไม่เคยเป็นมาก่อน
“นาง...หายไปแล้ว”
“หายไป? หายไปหมายความว่ายังไง? คนเป็น ๆ ตัวใหญ่ขนาดนั้นจะหายไปได้ยังไง?”
“ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน” ฉู่หลิวเซียงยิ้มขื่น พลางส่ายหน้า “ข้ารับนางไว้ได้แน่ ๆ จากนั้นเราก็ตกลงทะเลไปด้วยกัน แล้ว...นางก็หายไป”
“หายไป?” ซ่งเถียนเอ๋อร์มองเขาอย่างคลางแคลง “ไม่ใช่นะ...พี่ฉู่ พี่รับนางไม่ทันแล้วอาย เลยไม่กล้าพูดหรือเปล่า? บอกมาตามตรงเถอะ ไม่เห็นต้องอายเลย!”
“ข้ารับนางไว้ได้ ข้ามั่นใจ”
“แล้วนางไปไหนล่ะ?”
“...”
ฉู่หลิวเซียงจนคำพูด
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
ซ่งเถียนเอ๋อร์กลอกตาไปมา ก่อนตบมือฉาด “หรือจะเป็นผีน้ำ? ผีน้ำในทะเลน่ะ! แปลงกายเป็นคนแล้วตกลงมาจากฟ้า ล่อให้พี่ไปช่วย จากนั้นก็ลากพี่ลงน้ำ!”
ฉู่หลิวเซียงมองนางด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนปัญญาอ่อน
“หรือไม่ก็เป็นนางฟ้าบนสวรรค์!” พอจินตนาการของซ่งเถียนเอ๋อร์เริ่มทำงานก็หยุดไม่อยู่ “นางฟ้าบนสวรรค์เผลอตกลงมา พอโดนน้ำก็ละลาย แปลว่าเดิมทีนางทำมาจากน้ำน่ะสิ!”
ฉู่หลิวเซียงตัดสินใจไม่ต่อบทสนทนา
ไม่ว่าจะพูดยังไง สรุปว่าเด็กสาวคนนั้นหายไปแล้วจริง ๆ
“พี่ฉู่ ท่านว่านางจะ...”
ซ่งเถียนเอ๋อร์ยังพูดไม่ทันจบ เสียงกรีดร้องคุ้นหูก็ดังขึ้นจากท้องฟ้าอีกครั้ง
“อ๊ากกกกกกก—!!!”
เสียงนั้นโหยหวนสุดขีด สะเทือนถึงทรวงก้องกังวานไม่รู้จบ ราวกับดังต่อเนื่องไปสามวันสามคืน!
ใบหน้าของซ่งเถียนเอ๋อร์ซีดเผือดวูบ
นางคว้าแขนฉู่หลิวเซียงไว้แน่น ปลายนิ้วสั่นระริก “พะ...พี่ฉู่ แม่นางเมื่อกี้ก็กรีดร้องแบบนี้ตอนตกลงมาหรือเปล่า?”
ฉู่หลิวเซียงหน้านิ่ง
ถ้าต้องใช้คำเดียวอธิบายความรู้สึกของเขาตอนนี้ ก็คงเป็นคำว่า—มึนตึ้บ
หา?
อย่าบอกนะว่ากลางวันแสก ๆ เจอผีเข้าจริง ๆ?
เขาเงยหน้ามองกลางอากาศ แล้วก็เห็นจุดดำจุดหนึ่งกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
มองให้ดี ก็ยังเป็นแม่นางผมสีชมพูคนนั้น
ตายแล้ว
ผีตนนี้คงไม่ได้จะตามมาฆ่าเขาหรอกนะ?
ฉู่หลิวเซียงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
เมื่อครู่เขายังพุ่งเข้าไปช่วยนางอยู่เลย
ถึงเขาจะไม่ใช่คนใจบุญ แต่ก็ไม่ได้ชั่วช้าสามานย์เสียหน่อย
ไม่เห็นต้องมาเจอผีเลยนี่นา?
ไม่จำเป็นจริง ๆ
เขาครุ่นคิดอีกนิด
ก็จริง
คนปกติที่ไหนจะตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้นได้?
แถวนี้ก็ไม่มีภูเขา จะตกลงมาจากภูเขายิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
ตกลงมาจากฟ้า ถ้าไม่ใช่เทพเซียนก็ต้องเป็นผี
ฉู่หลิวเซียงเริ่มกลัวขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
ทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยกลัวฟ้ากลัวดิน แม้แต่ภูเขาดาบทะเลเพลิงก็ยังบุกฝ่ามาแล้ว
แต่เรื่องผีน่ะ...
มันไม่เล่นตามกติกานี่นา!
ต่อให้วรยุทธ์สูงแค่ไหน ก็โจมตีมันไม่โดน
เอาชนะไม่ได้ก็ช่างเถอะ ยังมีสิทธิ์วิ่งหนีไม่ทันอีกต่างหาก
ครั้งนี้เขาจึงไม่ได้พุ่งเข้าไปช่วยอีก
ได้แต่ยืนอยู่บนดาดฟ้า มองเด็กสาวคนนั้นร้อง “อ๊ากกกกกกก” แล้วตกลงทะเลไปต่อหน้าต่อตา
คราวนี้ไม่มีใครเข้าไปขัด ฉู่หลิวเซียงจึงได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
และเห็นภาพประหลาดสุดขีดภาพหนึ่ง
เด็กสาวตกลงไปในน้ำ แต่กลับไม่เกิดแม้แต่ระลอกคลื่น
ทันทีที่ร่างของนางสัมผัสผิวน้ำ ก็มีเสียง “ซ่า” ดังขึ้น แล้วนางก็หายวับไป
ฉู่หลิวเซียงถอนใจ “โดนน้ำแล้วละลายจริง ๆ ด้วย”
ซ่งเถียนเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตกใจจนแทบสิ้นสติ
นางกอดแขนฉู่หลิวเซียงไว้แน่น “พี่ฉู่ นาง...นาง...นาง...”
“อืม ข้าเห็นแล้ว”
“นางละลายไปแล้ว!”
“อืม ข้าเห็นแล้ว”
“นางละลายจริง ๆ ด้วย!!”
“เถียนเอ๋อร์” ฉู่หลิวเซียงก้มลงมองนาง “เจ้าหยิกเนื้อข้าอยู่”
แล้วก็—
เสียงกรีดร้องดังมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง
“อ๊ากกกกกกก—!!!”
ฉู่หลิวเซียงหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ
ตอนนี้เขาพูดไม่ออกจริง ๆ แล้ว
นี่เจ้าก็เป็นเทพเซียนแล้วแท้ ๆ ตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้น จะเปลี่ยนที่ตกบ้างไม่ได้หรือไง?
ทำไมต้องตกลงทะเลด้วย?
ตกจากที่สูงลงน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมพอลงน้ำก็ละลาย แบบนี้สนุกนักหรือไง?
นี่กำลังแสดงเรื่องอะไรกันอยู่?
《ว่าด้วยหนึ่งร้อยวิธีละลายของเทพเซียน》หรือไง?
แต่ฟังจากเสียงกรีดร้องนี้ ฉู่หลิวเซียงก็พอจะเข้าใจแล้ว
นางไม่ได้ตั้งใจทำแบบนี้
จากเสียงร้อง เขาได้ยินทั้งความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง ความสับสน และความหมดอาลัยตายอยากแบบ “ทำไมข้ามาอีกแล้วเนี่ย” ปนอยู่จาง ๆ
ถ้านางตั้งใจทำเอง คงไม่กรีดร้องได้สมจริงขนาดนี้
เด็กสาวคนนี้คงถูกบังคับให้ทำอย่างช่วยไม่ได้
ฉู่หลิวเซียงถอนใจ
เขายอมแพ้แล้ว
จากนั้นก็หันหลังเร่งฝีเท้าไปที่หางเสือ แล้วบังคับเรือไปยังตำแหน่งที่เถาเล่อเถาตกลงมา
ในเมื่อนางต้องตกลงมา อย่างน้อยเขาก็ไม่ควรปล่อยให้นางตกลงทะเลอีก
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมนางถึงโดนน้ำแล้วละลาย แต่ในเมื่อน้ำทำให้นางละลาย ก็แค่ไม่ให้นางแตะน้ำก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือ?
ฉู่หลิวเซียงคิดว่าตรรกะของตนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เขาเป็นคนที่ทนเห็นหญิงสาวต้องทนทุกข์ไม่ได้ที่สุด
ถึงหญิงสาวคนนี้อาจเป็นผีหรือสิ่งประหลาดอะไรก็เถอะ
แต่นางกรีดร้องน่าเวทนาขนาดนั้น เขาทำใจยืนดูเฉย ๆ ไม่ลงจริง ๆ
“พี่ฉู่จะบังคับเรือไปไหนหรือ?”
“ไปยังจุดที่แม่นางคนนั้นตกลงมา” ฉู่หลิวเซียงจับหางเสือแล้วปรับทิศทาง “นางตกลงมาตรงจุดเดิมทุกครั้ง ข้าจะบังคับเรือไปจอดใต้จุดนั้น พอนางตกลงมาอีกครั้งก็จะได้ไม่ตกลงทะเล”
“แต่ว่า...ถ้านางตกลงบนเรือ ไม่ตกตายหรือ?”
“...ถ้าอย่างนั้นก็เอาผ้าใบออกมาปูให้หมด แล้วเอาผ้าห่มมาด้วย ปูบนดาดฟ้าให้หนา ๆ”
ซ่งเถียนเอ๋อร์ “...อ้อ”
ภายใต้การสั่งการของฉู่หลิวเซียง ซ่งเถียนเอ๋อร์กับหญิงสาวอีกสองคนบนเรือช่วยกันเอาผ้าใบ ผ้าห่ม ผ้าคลุม และหมอนทั้งหมดมาปูบนดาดฟ้า
ขณะเดียวกัน เถาเล่อเถาที่กำลังร่วงหล่นอย่างอิสระอยู่กลางอากาศ มีความคิดในใจซับซ้อนกว่าฉู่หลิวเซียงเป็นหมื่นเท่า
นางแทบอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
ตอนนี้ความกลัวค่อย ๆ จางลง ในที่สุดสมองก็กลับมาทำงานได้
ตอนที่ตกลงมาครั้งแรก มีคนรับนางไว้ นางนึกว่าตัวเองจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่
แล้วผลล่ะ?
ผลลัพธ์มันอะไรกันเนี่ย!
ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าทำไมนางถึงโดนน้ำแล้วละลายล่ะเนี่ย!
นางไม่ใช่ซูหน่วนหน่วนสักหน่อย!
เดี๋ยวนะ...หน่วนหน่วน!
เถาเล่อเถาก้มมองเส้นผมที่ปลิวไสวของตัวเอง
สีชมพู
เสื้อผ้าของนางตอนนี้ถูกลมพัดจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ก็ยังพอมองออกว่าเป็นชุดดีไซน์ที่คุ้นเคยสุด ๆ
ให้ตายสิ อย่าบอกนะว่า...
อย่าบอกนะว่าวิญญาณของนางข้ามมาสิงร่างหน่วนหน่วนจริง ๆ?
ไม่เอานะ!
ถึงลูกสาวของนางจะเป็นแค่ตัวละครในจอ แต่นางก็เป็นคนมีชีวิตในใจของเถาเล่อเถา!
นางเคยตะโกนใส่หน้าจอโทรศัพท์นับครั้งไม่ถ้วนว่า “แม่หน่วนหน่วนรักลูกนะ”
เพื่อสุ่มชุดให้หน่วนหน่วน นางเติมเงินจนแทบต้องกินดินประทังชีวิต
นางเคยคิดว่าจะไปผจญภัยในดินแดนปาฏิหาริย์กับหน่วนหน่วน แต่ไม่เคยคิดจะมาแทนที่หน่วนหน่วนเลย!
หน่วนหน่วนคือหน่วนหน่วนที่ดีที่สุดในโลก
นางจะแย่งร่างของลูกสาวตัวเองได้ยังไงกัน?
