จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
เรือนปีกตะวันออก หรืออีกชื่อหนึ่งคือหอหงอิง
ที่นี่เป็นที่พำนักของหลี่เยวี่ยเหยา ผู้สืบทอดตำแหน่งเจิ้นเป่ยอ๋องในอนาคต
โลกแห่งการบำเพ็ญมีข้อดีอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือชายหญิงเท่าเทียมกันได้อย่างแท้จริง ขอเพียงมีพลังมากพอ แม้เป็นสตรีก็สามารถได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องหรือขุนนางใหญ่
ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ต้าจิ่ง เคยมีจักรพรรดินีขึ้นครองราชย์ถึงสองพระองค์
พระองค์หนึ่งทรงสร้างยุคบันเทิงสุขในรัชสมัยเหวินจิ่ง ซึ่งนับเป็นยุคสมัยรุ่งเรืองหาได้ยากในรอบพันปีของราชวงศ์ต้าจิ่ง ทั้งยังทรงก่อตั้งหอหงเหวินและหอฉงเหวิน ซึ่งสามารถต่อกรกับตระกูลใหญ่ได้
อีกพระองค์หนึ่ง หลังสละราชบัลลังก์ให้พระอนุชาแล้ว ยังได้รับการยกเว้นกฎเกณฑ์จากสำนักศึกษาแห่งจี้เซี่ย ให้เข้าดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แห่งสำนักสตรี ด้วยระดับขั้นบรรลุสวรรค์ชั้นเจ็ด
นอกจากนี้ ภายในและภายนอกราชสำนักยังมีวีรสตรีผู้เก่งกาจอีกมากมาย
พระชายาเจิ้นเป่ยอ๋องก็เป็นหนึ่งในนั้น เพียงแต่หลายปีมานี้นางช่วยสามีเลี้ยงดูบุตร จึงไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่านั้น...
ขณะนี้
หลี่เยวี่ยเหยานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แก้มแต้มสีระเรื่อ นางไม่ได้สวมเกราะแต่แต่งกายด้วยชุดสตรี ดูงดงามสมเป็นกุลสตรีจากตระกูลใหญ่
สาวใช้ตัวน้อยหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองด้วยความชื่นชม ต่างพากันทอดถอนใจว่าคุณหนูใหญ่ควรสวมชุดสตรีให้บ่อยกว่านี้ จะได้ไม่ต้องปล่อยให้คนนอกกล่าวหาว่านางเป็นนักรบหยาบกระด้างอยู่ทุกวัน
หลี่เยวี่ยเหยาพูดอะไรไม่ออกกับเรื่องนี้
ราชวงศ์ต้าจิ่งให้ความสำคัญกับบุ๋นและกดข่มบู๊ การที่วิถียุทธ์จะผงาดขึ้นมาได้ไม่ใช่เรื่องที่ทำสำเร็จในวันสองวัน
บางครั้งหลี่เยวี่ยเหยาก็ปรารถนาให้ตนเป็นเพียงสามัญชนธรรมดาในแคว้นต้าฝู เพราะแคว้นต้าฝูส่งเสริมทั้งบุ๋นและบู๊ การสอบคัดเลือกขุนนางไม่เพียงมีบัณฑิตอันดับหนึ่งสายบุ๋น แต่ยังมีบัณฑิตอันดับหนึ่งสายบู๊ด้วย ด้วยพรสวรรค์เช่นนาง แม้ไม่กล้าหวังถึงตำแหน่งอันดับหนึ่งสายบู๊ แต่การสอบได้เป็นบัณฑิตจอหงวนสายบู๊ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน
