“คุณชาย! คุณชาย~”
เสี่ยวฉานจับชายกระโปรง ใบหน้าเล็กเปื้อนรอยยิ้มตื่นเต้น วิ่งตึงตังมาถึงป่าไผ่เล็ก
“คุณชาย เนื้อย่างของเราขายดีแล้ว!”
ลู่สืออันกอดกระบี่หลับสนิท ครั้นสะดุ้งตื่นก็พลิกตัว งัวเงียตอบว่า “ขายดีแล้วก็ดี อย่ามารบกวนข้าพักผ่อนถ้าไม่มีธุระอะไร”
เสี่ยวฉานเห็นดังนั้นก็ยู่ปากจนแทบแขวนโคมได้
“คุณชาย ฝึกกระบี่เขาฝึกกันแบบนี้หรือเจ้าคะ แค่กอดมันนอนจะได้ผลหรือ”
ลู่สืออันกระชับกระบี่พิธีการในอ้อมแขน ก่อนพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ได้ผลสิ นี่เรียกว่าบ่มเพาะความรู้สึก รอให้วันใดความรู้สึกระหว่างข้ากับมันลึกซึ้งถึงขั้นกระบี่กับคนหลอมรวมเป็นหนึ่ง คุณชายของเจ้าก็จะฟันเปิดประตูสวรรค์ได้ด้วยกระบี่เดียว เก่งสุด ๆ ไปเลย”
“ฟันเปิดประตูสวรรค์ด้วยกระบี่เดียวหรือเจ้าคะ?”
เสี่ยวฉานเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามไร้เมฆด้วยความฉงน ในใจอดสงสัยไม่ได้ว่าคุณชายของนางเสียสติไปแล้วหรือไม่
ฟันเปิดประตูสวรรค์อะไรกัน แม้แต่นิยายเพ้อฝันยังไม่กล้าเขียนแบบนี้เลย.......
ในตอนนั้นเอง
สาวใช้ใหญ่หลายคนที่แต่งกายอย่างบ่าวรับใช้ก็เดินเข้ามาพร้อมกัน
เสี่ยวฉานเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยว่า “คุณชาย คนที่พระชายาจัดมาให้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่สืออันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองสาวน้อยหลายคนที่ยืนเรียงแถวกัน แล้วขมวดคิ้ว “ปกติที่นี่ก็ไม่มีงานมากนัก จะส่งคนมามากมายทำไม?”
เสี่ยวฉานอธิบายว่า “พระชายาบอกว่าให้เตรียมไว้เผื่อฉุกเฉินเจ้าค่ะ เมื่อวานซืนมีคนจากสำนักศึกษาสองแห่งมาหลายสิบคน แค่บ่าวกับเสี่ยวเจวียนสองคนรับรองไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง”
ลู่สืออันเลิกคิ้ว มองสาวน้อยเหล่านั้นครู่หนึ่ง เห็นพวกนางก้มหน้าหลุบตา ว่าง่ายเรียบร้อยยิ่ง จึงโบกมือส่ง ๆ “ให้พวกนางรับผิดชอบงานปัดกวาดก็พอ ห้องของข้ายังให้เจ้าและเสี่ยวเจวียนดูแล อย่าให้คนไม่เกี่ยวข้องเข้าไป”
