เขตหมิงเต๋อ
จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง ห้องโถงหน้า
เจิ้นเป่ยอ๋องหลี่ติ่งยกมือขึ้นเล็กน้อย ผู้คุ้มกันที่รออยู่ตรงประตูจึงเดินเข้ามา
“กราบทูลท่านอ๋อง พระชายา คนของสำนักกระจกแขวนถอนกำลังไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่ติ่งพยักหน้าเบา ๆ เมื่อได้ยิน ก่อนหันไปมองพระชายาสกุลเว่ยซึ่งนั่งจิบชาจากถ้วยอยู่ข้างกาย
พระชายาสกุลเว่ยวางถ้วยชาลงแล้วถามว่า “คนสกุลเผยเล่า?”
ผู้คุ้มกันประสานมือคารวะ “กราบทูลพระชายา หลังสำนักกระจกแขวนจากไปไม่นาน คนสกุลเผยก็ทยอยถอนตัวตามไป ตอนนี้เหลือเพียงสายลับสองคนในจวนพ่ะย่ะค่ะ”
พระชายาสกุลเว่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วสั่งว่า “ในเมื่อแตกหักกันแล้ว ก็อย่าปล่อยสายลับสองคนนั้นไว้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ผู้คุ้มกันค้อมกายคารวะ ก่อนหมุนตัวจากไป
เมื่อผู้คุ้มกันจากไปแล้ว
หลี่เยวี่ยเหยากับหลี่ซิงเหยาสองพี่น้องก็เดินออกมาจากหลังฉากกั้นพร้อมกัน
“เสด็จแม่ พวกเราไม่ไปเรือนหมิงซินดูคุณชายลู่จริง ๆ หรือเพคะ?” หลี่ซิงเหยาถามด้วยสีหน้ากังวล
ขนตาของพระชายาสกุลเว่ยไหวเบา ๆ แววตาฉายความกังวลวูบหนึ่ง เมื่อได้ยินคำถาม นางเพียงส่ายหน้าแผ่วเบา “ไม่ต้องแล้ว สืออันได้ผู้อาวุโสตานหยางจื่อคุ้มครอง นับเป็นวาสนาของเขา อีกอย่าง ก่อนหน้านี้พวกเราไม่เคยไปใส่ใจ หากไปตอนนี้กลับจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”
หลี่ซิงเหยาทำปากยื่นอย่างไม่พอใจ โต้กลับว่า “ใครว่าไม่ไปกันเล่า เป็นพวกท่านต่างหากที่ไม่ยอมให้ข้าไป!”
“หุบปาก!”
หลี่เยวี่ยเหยาพี่สาวแค่นเสียง “ตอนนี้เขาเป็นเขยแต่งเข้าตระกูลหลี่ เป็นพี่เขยของเจ้า เจ้ายังไม่ได้ออกเรือน จะไปพบเขาได้อย่างไร?”
หลี่ซิงเหยาเอ่ย “อ้อ” อย่างกระอักกระอ่วน
นางเหลือบมองพี่สาว ดวงตากลมใสเป็นประกายเจ้าเล่ห์ ก่อนหยอกเย้าว่า “พี่หญิงยอมรับแล้วว่าคุณชายลู่เป็นพี่เขยของข้า นี่นับว่าเห็นเขาเป็นสามีจริง ๆ แล้วหรือเจ้าคะ?!”
“ข้า...”
หลี่เยวี่ยเหยาถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อเห็นบุตรสาวคนโตอึดอัดจนหน้าแดงก่ำ พระชายาสกุลเว่ยก็หัวเราะอย่างขบขัน “พอแล้วซิงเอ๋อร์ อย่าแกล้งพี่หญิงของเจ้าเลย สืออันเป็นสามีที่ฮ่องเต้พระราชทานมาให้ ต่อให้พี่หญิงของเจ้ายอมรับหรือไม่ นี่ก็เป็นความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้”
