“ไอ้ไร้ประโยชน์! ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น!”
“นายท่านโปรดระงับโทสะ”
ย่านไท่คัง
จวนสกุลเผย
เผยเจ้าเถิงโกรธจนแทบคลั่ง ทุบข้าวของเสียยกใหญ่ บรรดารุ่นเยาว์ในตระกูลหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างหวาดกลัวจนไม่กล้าหายใจแรง
พ่อบ้านฝืนใจยกน้ำชามาให้
เผยเจ้าเถิงแค่นเสียงเย็น รับถ้วยชามาจิบให้ชุ่มคอ ก่อนจะหันไปมองเผยซิงที่คุกเข่าอยู่หน้าประตู
“เจ้าไร้ประโยชน์! ข้าให้ตามสิงจือไปคอยรินน้ำชา แต่เรื่องเล็กแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วเจ้าจะต่างอะไรกับคนไร้ประโยชน์!”
แผ่นหลังของเผยซิงถูกเฆี่ยนจนเนื้อแตกยับ เขาฝืนทนคุกเข่า ประคองลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ ไม่กล้าเอ่ยปาก กลัวว่าพออ้าปากแล้วจะกระอักเลือด และต้องรับแส้อีกหลายครั้งโดยเปล่าประโยชน์
“ท่านอาสามโปรดระงับโทสะ เรื่องนี้เป็นเพราะสิงจือไตร่ตรองไม่รอบคอบเอง”
เผยสิงจือเห็นว่าเผยเจ้าเถิงระบายโทสะไปเกือบหมดแล้ว จึงลุกขึ้นประสานมือคารวะ “หลานเองก็คาดไม่ถึงว่าหลิวกั๋วอันจะก่อเรื่องอัปยศต่อสกุลเผยเช่นนี้ ขอท่านอาสามให้โอกาสสิงจือได้ไถ่โทษด้วยการสร้างความชอบ พรุ่งนี้สิงจือจะไปยังหออี้โจว พบกับหลิวกั๋วอันผู้นั้นให้รู้แล้วรู้รอด”
เผยเจ้าเถิงเหลือบมองเผยสิงจือ ในใจจะไม่ขุ่นเคืองหลานชายคนนี้เลยก็เป็นไปไม่ได้
ที่เขาไม่ระเบิดโทสะใส่ ก็เพราะส่วนหนึ่งเห็นแก่พี่ชายใหญ่ อีกส่วนไม่อยากให้ยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของสกุลเผยมีมลทินแม้แต่น้อย
แต่คราวนี้หลานชายคนนี้ทำให้เขาผิดหวังอย่างยิ่ง
ย่านฉางเล่อนั้นเป็นสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในนครเซิ่งจิง
พวกเขากลับประลองพนันแพ้ผู้อื่น ทั้งยังปล่อยให้ถ้อยคำดูหมิ่นเช่นนั้นถูกประกาศต่อสาธารณะอย่างโจ่งแจ้ง
“เผยซิงกับสุนัข ห้ามเข้า!”
ข้อความเขียนถึงเผยซิงก็จริง แต่เผยซิงเป็นตัวแทนของสกุลเผยแห่งเหอตงทั้งตระกูลมิใช่หรือ?
