หอลู่โจว
ตั้งอยู่ในย่านอันเหริน ทางฝั่งตะวันออกของถนนใหญ่จูเชวี่ย
แคว้นต้าจิ่งมีทั้งหมด 36 มณฑล ทุกมณฑลล้วนมีสำนักงานในเมืองหลวง คล้ายกับสำนักงานประจำเมืองหลวงของดาวคราม
ปกติแล้วสำนักงานเหล่านี้มีหน้าที่จัดการดูแลเหล่าขุนนางที่เข้ากรุงมารายงานตัว รวมถึงต้อนรับและจัดหาที่พักให้พ่อค้าและชาวบ้านผู้มีฐานะดีจากมณฑลของตน
ครั้นถึงช่วงจัดการประลองร้อยสำนักและการสอบคัดเลือกที่เมืองหลวง ก็ต้องแปลงโฉมเป็นโรงเตี๊ยมกับสถานที่พบปะของคนบ้านเดียวกันทันที
ขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึงสามเดือนก่อนการประลองร้อยสำนัก บัณฑิตจากแต่ละมณฑลทยอยเดินทางเข้ากรุงแล้ว
เวลานี้คณะจากสำนักศึกษาซานเฉิงจึงพักอยู่ที่หอลู่โจว
หลังเพิ่งเรียนภาคเช้าเสร็จ
บัณฑิตหลายคนชวนกันไปหาอะไรกิน เติมเรี่ยวแรงเสียหน่อย
ยุคนี้แม้แต่การอ่านหนังสือก็สิ้นเปลืองกำลังสมอง หากไม่เติมสารอาหารให้ทันท่วงที ผมก็ร่วงจนหัวล้าน หงอกก่อนวัยได้ง่าย...
“ศิษย์น้องซู ท่านหญิงไม่มากินอาหารกับพวกเราหรือ?”
หลายคนมาถึงโถงด้านหน้าซึ่งเป็นที่รับประทานอาหาร แต่ไม่เห็นท่านหญิงแห่งซานเฉิง เว่ยชิงหยวน บัณฑิตหลายคนที่หลงใหลในตัวนางจึงรีบเข้ามาถามซูจื่อจ่านถึงสถานการณ์
ซูจื่อจ่านกำลังกินอาหารฟรีที่หอพักจัดไว้ให้เพียงคำสองคำ พอได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้า “ศิษย์พี่หญิงบอกว่ากินอาหารที่นี่ไม่คุ้นปาก”
ตอนนั้นเอง บัณฑิตหลายคนถึงสังเกตเห็นอาหารที่ซูจื่อจ่านกำลังกินอยู่บนโต๊ะ
“ไม่ใช่กระมัง ท่านกินแค่นี้หรือ?”
“ศิษย์น้องซูเป็นบุตรสายตรงของตระกูลซู เงินทองคงไม่ขาดมือกระมัง?”
ซูจื่อจ่านชะงักไป ก่อนชี้ไปทางเคาน์เตอร์พลางหัวเราะไม่ออกบอกไม่ถูก “ศิษย์พี่ทั้งหลายเข้าใจผิดแล้ว มิใช่ว่าข้าประหยัด แต่หอแห่งนี้มีอาหารอยู่เพียงเท่านี้”
