ชั้นเจ็ดของหอวั่งเจียง หอเฟยเยี่ยน
ฉากกั้นตรงประตูยังอยู่ ม้วนภาพที่แขวนอยู่บนฉากกั้นก็ยังอยู่ แม้แต่อักษรแปดตัวที่จงใจหยามเกียรติอย่างยิ่งก็ยังอยู่ครบ
ทว่าคนที่พวกเขารอคอยกลับไม่ปรากฏตัวเสียที
“หรือเจ้านั่นได้ยินข่าวแล้วกลัวจนหนีไปแล้ว?”
คนหลายคนที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดขมวดคิ้วแน่น เดิมทีคิดว่าจะได้ชมเรื่องสนุก ใครจะรู้ว่ารอเก้ออยู่ตั้งนาน
คนที่อึดอัดใจที่สุดคือเผยซิง ผู้เขียนอักษรแปดตัวนั้น เขารู้สึกประหนึ่งรวบรวมกำลังชกออกไปเต็มแรง แต่กลับชกใส่ปุยนุ่น จนไร้เรี่ยวแรงไปทั้งตัว...
เมื่อครู่เขายังโหวกเหวกกับทุกคนว่าจะทำให้ลู่สืออันขายหน้าอย่างไรอยู่เลย
ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนตัวเองต่างหากที่เป็นตัวตลก ลู่สืออันไม่โผล่หน้ามาเลยสักนิด แล้วจะเล่นบ้าอะไรกันต่อได้อีก?
ทางโต๊ะประธาน
สีหน้าของเผยสิงจือเองก็ดูไม่สู้ดีนัก
เขาไม่ได้ตั้งใจจะจงใจเล่นงานลู่สืออันที่เป็นเพียงคนไร้ค่าเป็นพิเศษ เพียงแต่รู้สึกว่าทุกเรื่องราวไม่เป็นใจไปเสียหมด
คิดจะดูเรื่องน่าขันของลู่สืออันก็ไม่สมหวัง คิดเอาใจกู้ชิงโหรวก็ไม่สำเร็จเช่นกัน ตั้งแต่ต้นจนจบแม่นางผู้นี้ไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ ให้เขาเลย
เผยสิงจือมองกู้ชิงโหรวที่นั่งสงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ นางกำลังพูดคุยหัวเราะกับคุณหนูตระกูลใหญ่หลายคนอย่างออกรส ทว่าทันทีที่มีใครเอ่ยถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา กู้ชิงโหรวก็จะยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร มอบมารยาทให้ครบถ้วน แต่ก็มีเพียงมารยาทเท่านั้น
เผยสิงจืออัดอั้นใจอยู่ไม่น้อย
เขากำลังรอ
รอปริศนาคู่ขนานที่อู๋หยวนจื่อคิดขึ้น รอโอกาสที่จะได้โดดเด่น
เหล่าบัณฑิตและหญิงงามที่อยู่ในงาน หากกล่าวถึงความรู้ความสามารถแล้ว เขากล้ารับรองว่าตนเป็นที่หนึ่ง ไม่มีใครกล้าอ้างว่าเป็นที่สอง นี่ต่างหากคือที่มาของความมั่นใจสูงสุดของเขา
“ขอถามหน่อยเถิด คุณหนูจากจวนมหาบัณฑิตกู้ท่านใดหรือ?”
หญิงวัยกลางคนแต่งกายคล้ายแม่นมเดินเข้ามาจากหน้าประตู กิริยาท่าทางสง่างามเหมาะสม ดูไม่เหมือนบ่าวรับใช้ของหอวั่งเจียงแห่งนี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ชิงโหรวก็ลุกขึ้น ยอบกายเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ข้าเอง ไม่ทราบว่าแม่นมมาตามหาข้าด้วยเรื่องอันใดหรือ?”
