ต้วนไป๋ยืนอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน เห็นเซี้ยหวนหวนในรถแล้วถึงกับชะงักงันไปทั้งตัว
ศัตรูหัวใจพบกัน ย่อมตาแดงก่ำเป็นพิเศษ
สวี่ซูเหยียนถามเสียงเย็นชา “นายมาหาหวนหวนทำไม?”
“หวนหวน?” เสียงของต้วนไป๋สูงขึ้นทันที “นายมีสิทธิ์อะไรมาเรียกเธอแบบนี้!”
คนที่ลืมเธอไปแล้ว คนที่มีตัวแทนอยู่ข้างกายแล้ว ยังมีสิทธิ์อะไรกัน!
“ลืมบอกนายไป หวนหวนตอนนี้เป็นครูสอนเปียโนของอันอัน”
ต้วนไป๋กัดฟันกรอด “สวี่ซูเหยียน นายมันไร้ยางอาย!”
สวี่ซูเหยียนได้ยินเช่นนั้น ไม่เพียงไม่โกรธ กลับรู้สึกพึงพอใจเสียด้วยซ้ำ
สำหรับเขา คำพูดนี้ฟังดูคล้ายคำชมมากกว่า
เซี้ยหวนหวนลงจากรถ มองต้วนไป๋แล้วถามว่า “ต้วนไป๋ นายมาหาฉันมีธุระอะไรเหรอ?”
ต้วนไป๋สูดหายใจลึก เมื่อมองเธอ แววตาก็อ่อนโยนลง
“ฉันได้ยินว่าเธออยู่ที่นี่ เลยอยากแวะมาดูว่าขาดเหลืออะไรหรือเปล่า อีกอย่าง เราไม่ได้เจอกันมาหลายปี ทุกคนก็อยากเจอเธอมาก ถ้ามีเวลาก็นัดรวมตัวกันนะ”
เซี้ยหวนหวนส่ายหน้า “ฉันเพิ่งกลับมา ยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ ช่วงนี้คงไม่มีเวลา ไว้ค่อยว่ากันนะ”
เจ้าของร่างเดิมเป็นคนซื่อ ๆ ไม่ทันสังเกตว่าต้วนไป๋ชอบเธอก็แล้วไป
แต่เธอรู้เนื้อเรื่องทั้งหมดดี เป้าหมายที่เธอต้องพิชิตมีเพียงสวี่ซูเหยียนคนเดียว เธอไม่อยากใกล้ชิดต้วนไป๋มากเกินไป ปล่อยให้เขาถลำลึกลงไปเรื่อย ๆ
แววตาของต้วนไป๋หม่นลง “งั้นไว้เธอว่างแล้วค่อยมาหาฉันนะ”
“ได้”
สวี่ซูเหยียนสังเกตว่าเซี้ยหวนหวนดูต่อต้านต้วนไป๋อยู่บ้าง ในใจก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา
“หวนหวน เข้าไปก่อนเถอะ มะรืนนี้ฉันจะให้คนมารับ”
เซี้ยหวนหวนพยักหน้า โบกมือลาพวกเขาทั้งสอง ก่อนหันหลังเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
ชายทั้งสองมองตามแผ่นหลังของเธอ
เมื่อร่างนั้นลับตาไปโดยสิ้นเชิง สวี่ซูเหยียนก็เตรียมจะหันหลังจากไปเช่นกัน
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เขาได้ยินต้วนไป๋พูดว่า “นายเกลียดฉันอยู่แล้ว พอรู้ว่าฉันชอบหวนหวน ก็เลยตั้งใจแย่งเธอกับฉันใช่ไหม?”
สวี่ซูเหยียนหันขวับ แล้วชกเขาเข้าเต็มแรง
ต้วนไป๋เซถอยไปหลายก้าว ยกมือกุมแก้มซ้ายที่ถูกต่อย มองสวี่ซูเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ
พวกเขาต่อสู้แข่งกันมาหลายปี ต่อให้ทะเลาะกันจนหน้าแดงก่ำ สวี่ซูเหยียนก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับเขา
