เซี้ยหวนหวนตามโอวหยางซีไปร้านขายของชำ ซื้อขนมปังมาสองสามชิ้นกับนมหนึ่งกล่อง จากนั้นทั้งคู่ก็เดินกลับไปด้วยกัน
พอเดินเข้าห้องเรียนที่กำลังจอแจ เสียงพูดคุยก็พลันเงียบกริบ สายตาหลายสิบคู่หันมามองพวกเขาพร้อมกัน
เหล่านักเรียนเริ่มซุบซิบกัน
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ? เซี้ยหวนหวนเข้ามาพร้อมกับโอวหยางซีได้ยังไง?”
“เธอไม่รู้เหรอ? โอวหยางซีเป็นลมที่โรงอาหาร พอดีเซี้ยหวนหวนอยู่แถวนั้นเลยพาเขาไปห้องพยาบาล”
“เซี้ยหวนหวนใจดีจริง ๆ กล้าช่วยโอวหยางซีด้วย ไม่กลัวว่าเขาจะแกล้งเป็นลมเหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าโอวหยางซีชอบผู้ชายหรอกเหรอ? แล้วเขาจะแกล้งเป็นลมต่อหน้าเซี้ยหวนหวนทำไม?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น แววตาของโอวหยางซีก็หม่นลงเล็กน้อย เขาหันไปมองเซี้ยหวนหวน
เซี้ยหวนหวนขมวดคิ้ว ก่อนขึ้นเสียงว่า “หมอบอกแล้วว่าเพื่อนโอวหยางเป็นลมเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามหมอสิว่าเพื่อนโอวหยางแกล้งทำหรือเปล่า”
ห้องเรียนเงียบลงทันที
โอวหยางซีชะงักไป
ถ้าเป็นเจียงหยวนได้ยินคำพูดแบบนี้ อย่างมากก็คงบอกให้เขาอดทนไว้ แล้วค่อยพูดกับเขาตอนอยู่กันตามลำพังว่าเชื่อเขา
แต่เซี้ยหวนหวนไม่ได้ทำแบบนั้น
นางยืนอยู่ข้างเขาเช่นนั้น ต่อหน้าคนทั้งห้อง ปัดป้องคำพูดมุ่งร้ายเหล่านั้นกลับไปจนหมด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกคนมองเขาราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะอาละวาด ไม่มีใครกล้าทำดีกับเขาต่อหน้าคนอื่น เพราะกลัวจะพลอยเดือดร้อน กลัวถูกโดดเดี่ยวเหมือนเขา
โอวหยางซีมองแผ่นหลังของนางที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า แล้วรู้สึกว่าแสงไฟด้านหลังนางเจิดจ้าจนแสบตา
แววตาของโอวหยางซีค่อย ๆ อ่อนโยนลง
เมื่อห้องเรียนกลับมาเงียบสงบ เซี้ยหวนหวนจึงเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้น ทุกคนทยอยกลับไปนั่งประจำที่
