เพียงเพราะพ่อของซูยืนอยู่ข้างแม่ ย่าซูก็โกรธอยู่นานถึงหนึ่งเดือน เอาแต่เหน็บแนมว่า “แต่งเมียแล้วลืมแม่” กับ “ข้อศอกหันออกนอกบ้าน”
เมื่อสองเดือนก่อน หลังพ่อแม่ถูกพาตัวไป ซูม่านม่านก็ย้ายเข้าไปอยู่ในห้องฝั่งตะวันตกของพ่อแม่ทันที แม้ห้องจะถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจายแล้ว เธอก็ยังเฝ้ารักษาพื้นที่แห่งสุดท้ายนี้ไว้อย่างสุดชีวิต
เป็นอย่างที่คิด ไม่ถึงสามวัน ย่าซูก็มาถึง ไม่ได้มาปรึกษา แต่มาแจ้งให้ทราบว่า
“ม่านยา ย้ายกลับไปอยู่ห้องของหยวนหยวนเถอะ ห้องนี้ให้พี่จื้อกั๋วกับพี่สะใภ้อยู่กัน คนในครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ จะปล่อยให้หลานชายคนโตเร่ร่อนอยู่ข้างนอกได้ยังไง!”
ป้าสะใภ้ใหญ่ซูช่วยพูดเสริมอยู่ข้าง ๆ รอยยิ้มซ่อนคมมีด “ม่านม่านเป็นเด็กดีรู้ความที่สุด ต้องไม่อยากเห็นย่ากลุ้มจนนอนไม่หลับทุกวันเพราะเรื่องนี้หรอก เธอเป็นผู้หญิง อยู่ห้องเล็กหน่อยก็ไม่เป็นไร ยังไงต่อไปก็ต้องแต่งออกไปอยู่ดี”
ชาติที่แล้วเธอขี้ขลาดและหวาดกลัว เอาแต่ร้องไห้ แต่ถึงอย่างนั้นกลับยืนกรานขวางประตูไม่ยอมให้พวกเขาเข้ามาอย่างน่าอัศจรรย์
พวกเขาจึงเปลี่ยนแผน ใช้ความเย็นชาเมินเฉย ตัดอาหาร สั่งให้ทำงานหนักที่สุด พูดจาถากถางสารพัด… บีบให้เธอในชาติก่อนต้องร้องไห้เช็ดน้ำตาทุกวัน แต่ก็ยังไม่กล้าพังประตูเข้ามาอยู่ดี
ทว่าความหวาดกลัวที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสายตาจับจ้องหมายเอาชีวิตทั้งวันทั้งคืน พอนึกถึงจนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก
ลานบ้านวันนี้รกกว่าปกติ กะละมังกับข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
เสียงพูดคุยครึกครื้นกับกลิ่นเนื้อมันเลี่ยนลอยมาจากในห้อง คืนนี้มีเนื้อกิน ซึ่งไม่ใช่สไตล์ของป้าสะใภ้ใหญ่ซูที่ปกติขี้เหนียวเลยสักนิด
