ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดฮั่วชิงหลิงก็คลายมือที่บีบรัดคอซูม่านม่านลงจนหมด ทว่าเขายังไม่ได้ถอยห่างออกไปโดยสิ้นเชิง ยังคงกักเธอไว้ระหว่างกำแพงกับตัวเขา ก่อเกิดเป็นแรงกดดันอันหนักหน่วง
“จำคำที่คุณพูดไว้ให้ดี”
เขาเหลือบมองซูม่านม่านเป็นครั้งสุดท้าย แววตาซับซ้อนจนยากจะคาดเดา ทั้งคำเตือน ความเคลือบแคลงที่ยังหลงเหลือ และความรู้สึกแปลกประหลาดจาง ๆ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต
“คุณออกไปก่อน ผมสูบบุหรี่มวนหนึ่งแล้วค่อยไป”
เมื่อรู้สึกว่าแรงบีบรัดตรงลำคอหายไป ซูม่านม่านก็รีบเบี่ยงตัว แทบจะเบียดผ่านแผงอกของเขาไป ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
อากาศเย็นสดชื่นไหลทะลักเข้ามา ซูม่านม่านเดินฉับ ๆ ออกไปโดยไม่หันกลับมา แผ่นหลังตั้งตรง ทว่านิ้วมือที่สั่นน้อย ๆ กลับเผยให้เห็นความตึงเครียดที่เธอเพิ่งเผชิญ
เมื่อกลับมาถึงทางเดิน เสียงผู้คนจอแจและเสียงรถไฟแล่นก็ดังโอบล้อมเธออีกครั้ง
ไม่กี่นาทีอันน่าหวาดเสียวในห้องน้ำเมื่อครู่ ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา
ไม่มีใครรู้เลยว่าในพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนั้น เคยเกิดการต่อสู้แบบไหนขึ้น
เธอกลับมาที่บริเวณที่นั่งของตัวเอง
หวังชุนเหมยยังคงกระซิบกระซาบกับหลี่ซิ่วเจวียน ส่วนโจวเหวยหมินดูเหมือนกำลังอ่านหนังสือ ขณะที่หลิวฟางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง
ซูม่านม่านกลับไปนั่งที่เดิม ฝ่ามือเย็นเฉียบ ตรงลำคอยังคล้ายหลงเหลือสัมผัสและไอร้อนจากการถูกบีบรัด
เธอหลุบขนตาลง ซ่อนอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในดวงตา
ฮั่วชิงหลิง... เขาเข้าไปพัวพันกับเรื่องอะไรกันแน่ ถึงได้ระแวดระวังตัวขนาดนี้?
