ซูม่านม่านถึงกับสัมผัสได้ถึงกระแสลมแผ่วเบาที่เกิดขึ้นยามฮั่วชิงหลิงพูด
ฮั่วชิงหลิงไม่ได้มองเธอ ทว่าแรงกดดันไร้รูปร่างที่จับจ้องเธออยู่กลับหนักหน่วงยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องน้ำเมื่อครู่เสียอีก
หัวใจซูม่านม่านพลันกระตุกวูบ ก่อนความรู้สึกเหลือเชื่อจะผุดขึ้นมา
เขาหมายความว่ายังไง? กลัวหลิวฟางจะมารบกวนเขาเหรอ? หรือว่า...มีเหตุผลอื่น?
ช่างเถอะ ถ้าให้ซูม่านม่านเลือกจริง ๆ เธอยอมล่วงเกินหลิวฟางดีกว่าไปล่วงเกินเทพยดาผู้ยิ่งใหญ่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
ซูม่านม่านตั้งสติ สีหน้าไม่เผยพิรุธแม้แต่น้อย ก่อนหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ที่เจือความรู้สึกผิดให้หลิวฟาง “ขอบคุณในความหวังดีนะคะสหายหลิว ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ฉันนั่งตรงนี้ก็ดีแล้ว อีกอย่างฉันไม่ค่อยชอบชมวิวริมหน้าต่างด้วย”
ข้ออ้างฟังดูขอไปที แต่ความหมายของการปฏิเสธชัดเจนมาก
หลิวฟางไม่คิดว่าซูม่านม่านจะปฏิเสธ แถมยังปฏิเสธอย่างเด็ดขาดขนาดนี้
รอยยิ้มบนใบหน้าหลิวฟางเริ่มค้าง เธอเหลือบมองฮั่วชิงหลิงที่ยังคงไม่แสดงท่าทีใด ๆ แล้วหันมามองซูม่านม่านที่มีสีหน้าสงบนิ่ง แววไม่พอใจวูบผ่านดวงตา
หลิวฟางขานรับเสียงอ่อยว่า “อ้อ” แล้วไม่เซ้าซี้ต่อ ทว่าท่าทางตอนกินอาหารกลับเผยอารมณ์ขุ่นมัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด
หวังชุนเหมยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับเป็นคนตรงไปตรงมา เธอรีบพูดขึ้นว่า “หลิวฟาง ถ้าเธอไม่สบายจริง ๆ เราสลับที่กันก็ได้นะ! ฉันนั่งริมหน้าต่างได้!”
หลิวฟางถูกต้อนจนมุม สีหน้าจึงดูไม่ค่อยดีนัก
เดิมทีเธอตั้งใจจะไปนั่งใกล้ฮั่วชิงหลิง ถ้าต้องสลับที่กับหวังชุนเหมย ผลลัพธ์แบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเลย
