ก่อนที่ย่าซูกับครอบครัวลุงใหญ่จะย้ายมา ความสัมพันธ์ระหว่างป้าหวูกับบ้านของซูม่านม่านไม่ได้สนิทสนมกันนัก แต่ก็ถือว่ากลมเกลียวกันดี บางครั้งก็ขอยืมต้นหอมหรือขิงกัน เจอกันหน้าประตูก็ทักทายกันตามปกติ
ป้าหวูเสียงดัง นิสัยตรงไปตรงมา มีความปากจัดและฉลาดแกมโกงแบบชาวบ้านอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นคนไม่ดี
เจียงหมิ่นจือ แม่ของซูม่านม่าน เคยพูดถึงป้าหวูเป็นการส่วนตัวว่า “พี่สะใภ้หวูเป็นคนเก่งกาจก็จริง แต่มีเหตุผล ไม่หาเรื่องรังแกใครก่อน และไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกเด็ดขาด”
ส่วนเรื่องที่ว่า ‘ไม่ยอมให้ใครรังแก’ นั้น หลังจากย่าซูกับครอบครัวลุงใหญ่ย้ายมา ก็ได้แสดงให้เห็นอย่างเต็มที่
ตั้งแต่ลานบ้านตระกูลซูกลายเป็นที่แออัดวุ่นวาย ไก่บินหมาวิ่ง ความขัดแย้งก็เริ่มก่อตัวขึ้น
ป้าสะใภ้ใหญ่ซูชอบเอาเปรียบคนอื่น บางครั้งก็สาดน้ำสกปรกเกินขอบเขต ย่าซูคิดว่าตัวเองเป็นผู้อาวุโส เวลาพูดจามักมีน้ำเสียงออกคำสั่ง ส่วนเด็กโตของบ้านซูสองสามคนก็ซุกซนจนเกินพอดี... บ้านป้าหวูจึงได้รับผลกระทบก่อนใคร
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำแพงที่ล้ำเข้ามาหนึ่งชุ่น เรื่องน้ำสกปรกที่สาดมาถึงหน้าประตู เรื่องเด็กบ้านซูขว้างก้อนหินจนกระจกบ้านเธอแตก หรือแม้แต่เรื่องเอาข้าวของไปกองไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง... สองบ้านเคยทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วน
ทุกครั้งป้าหวูจะถือไม้คลึงแป้งหรือไม้กวาดมายืนอยู่หน้าประตู แล้วใช้เสียงดังสนั่นที่ก้องไปไกลครึ่งตรอก ด่าลุงใหญ่ซู ป้าสะใภ้ใหญ่ซู รวมถึงความคิดคดเคี้ยวของย่าซูจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ทั้งยังพูดได้มีเหตุผลทุกประโยค จนเพื่อนบ้านที่มามุงดูต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยเงียบ ๆ
