ซูเฉินโน้มตัวไปข้างหน้า
เนื้อผ้าสูทสีเทาเข้มเสียดสีกับพื้นโต๊ะ
กระทบเข้ากับตัวไมโครโฟนพลาสติก
เกิดเสียง “ซ่า ๆ” เบา ๆ
โทรศัพท์รุ่นเก่าที่หน้าจอแตกร้าววางอยู่บนโต๊ะ
แสงเย็นสาดลงบนใบหน้าของเขา
ข้อความสีขาวตัวหนาที่ยังลอยไม่พ้นจอ
ซูเฉินจ้องมองข้อความบรรทัดนั้น
ขากรรไกรขบแน่นชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ คลายออก
ฟันเสียดสีกัน เกิดเสียงทึบเบา ๆ แทบไม่ได้ยิน
“สิทธิมนุษยชน”
เขาเอ่ยขึ้น
น้ำเสียงต่ำ ไม่มีเสียงตะโกนจนแหบพร่า
แต่คำง่าย ๆ เพียงสองคำนี้กลับทะลุผ่านช่องสัญญาณเสียงที่ถูกยึดครองอย่างอุกอาจ กระแทกเข้าไปในลำโพงของอุปกรณ์ทุกเครื่องอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“สงวนไว้ให้มนุษย์”
ซูเฉินยกมือซ้ายขึ้น
ปลดกระดุมสูทหนึ่งเม็ด เพราะรู้สึกว่าคอเสื้อรัดแน่นเกินไป
ลมหายใจจึงคล่องขึ้นเล็กน้อย
“ตอนที่พวกมันรีดเลือดรีดเนื้อเหยื่อ เคยพูดเรื่องกฎหมายกับผู้สูงอายุที่ถูกหลอกจนเงินค่ารักษาพยาบาลหมดหรือเปล่า”
เสียงของเขาแห้งผาก มีความสากพร่าอยู่ในน้ำเสียง
“ก่อนที่เหยื่อเหล่านั้นจะกระโดดตึก เคยมีใครให้สิทธิ์พวกเขาต่อสู้คดีบ้าง”
กำแพงข้อความในห้องถ่ายทอดสดค้างไป
บัญชีพวกนักบุญจอมปลอมที่เมื่อครู่เพิ่งโพสต์ข้อความเห็นใจตามกระแส เงียบกริบลงในพริบตา
ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอไว้แน่น
ซูเฉินเอนหลังพิงพนักโซฟา
โซฟาหนังยุบลงเล็กน้อยจนเกิดรอยย่น ส่งเสียง “เอี๊ยด” เบา ๆ
