เซวียนหยวนเฮ่อไม่ทันระวังตัว ถูกตัวฉินกระแทกเข้าที่หัวไหล่ แรงมหาศาลกดให้เขาคุกเข่าลงกับพื้น
ขาตั้งฉินหักโค่นลงเสียงดัง สายฉินที่ขาดสะบั้นฟาดเข้าใส่ใบหน้าเขาเกิดเป็นรอยเลือดยาว
“ท่านอ๋อง!”
เฉินโม่ที่คอยอยู่ด้านข้างคาดไม่ถึง ร้องตกใจพลางพุ่งตัวเข้ามา ในพริบตาก็ประมือกับลู่เว่ยอิ่นไปหลายกระบวนท่า
องครักษ์นอกประตูได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ต่างกรูกันเข้ามา ชักกระบี่ออกอารักขานายตน
เซวียนหยวนเฮ่อเจ็บจนขบฟันกรอด ดวงตาแทบปริแตก “อาโม่ ฆ่านาง ฆ่านางเสีย!”
ได้ยินเสียงต่อสู้จากชั้นบน แขกที่ดื่มชาอยู่ชั้นล่างต่างเงียบกริบประหนึ่งจั๊กจั่นในฤดูหนาว พากันแหงนหน้ามองขึ้นไป อยากจะมีเนตรทะลุทะลวงนักหนาว่าเกิดอะไรขึ้น
เบื้องบนนั่นไม่ใช่ท่านอ๋องเย่กับคุณหนูตระกูลลู่ดอกหรือ?
นี่ต่อสู้กับผู้ใด?
เซวียนหยวนเฮ่อเจ็บเสียจนเหงื่อท่วมศีรษะ หน้าซีดราวกระดาษ แทบจะเป็นลมสิ้นสติ
องครักษ์รีบนำตัวส่งคืนจวน อีกทั้งให้คนไปเชิญหมอหลวง แม้เป็นระเบียบ แต่ก็ไม่มีใครสนใจฉ่ายเซียงที่ตรงปากบันได
ฉ่ายเซียงรีบลงเรือนไป ไปพบรถม้าจวนโหวที่รออยู่ตรงปากซอยริมถนน
ทางนี้ ลู่เว่ยอิ่นเตะหนึ่งทีสกัดให้เฉินโม่ถอยไป หมุนตัวกลับมาจับเก้าอี้ขึ้นมาตัวหนึ่ง
เฉินโม่คิดว่านางจะใช้เป็นอาวุธโจมตี จึงตั้งท่าป้องกันทันที
ลู่เว่ยอิ่นรีบชะโงกออกไปมองนอกหน้าต่าง ดูให้แน่ว่าเบื้องล่างยังไม่มีผู้ใดผ่านมา จังหวะเหมาะนางก็โยนเก้าอี้ทิ้งไป
เก้าอี้หล่นถึงพื้นเกิดเสียงดังกึกก้อง แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
บนถนน ผู้คนที่ได้ยินเสียงต่างพากันยืดคอแหงนมองขึ้นไปบนเรือน ทั้งประหลาดใจและตื่นเต้น
ฉ่ายเซียงปลดรถม้าออก ควบม้ามาถึงตำแหน่งที่เก้าอี้ตกลงมา แทบจะในเวลาเดียวกัน ลู่เว่ยอิ่นกระโดดลงจากหน้าต่าง ร่อนลงบนหลังม้าด้านหลังนางอย่างแม่นยำ
เฉินโม่ตามมาติดๆ ระหว่างนิ้วมีประกายเย็นวาบ หลิ่วเย่เปียวอันหนึ่งพุ่งตรงไปที่ลู่เว่ยอิ่น
ฉ่ายเซียงบีบสีข้างม้า
“ย่าห์!”
ม้าพุ่งทะยานออกไป ทิ้งให้เฉินโม่รั้งท้าย
บนหลังม้า ลู่เว่ยอิ่นส่งเสียงกังวานดังลั่น “ท่านอ๋องเย่โปรดอภัย ข้าน้อยต่ำช้าหยาบกระด้าง ไม่ซึ้งในเคล็ดฉิน ยากจะเข้าวังเป็นอนุชายา ขอท่านได้โปรดเมตตายกโทษ อย่าทรงบีบบังคับ”
