ลู่เว่ยอิ่นไม่ได้กลับจวนทั้งคืน เซียวเป่ยยวนรออยู่ที่เชียนจือเก๋อ เป็นห่วงจนไม่ได้หลับตาทั้งคืน
ในที่สุด ชุ่ยอวี้ก็วิ่งเข้ามาจากด้านนอก "กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว"
เซียวเป่ยยวนออกไปรับ เห็นลู่เว่ยอิ่นสาวเท้าก้าวฉับ ๆ เข้ามา ปากก็เบะ เริ่มร้องไห้อีกครั้ง
"พี่อา ไม่เป็นไรใช่ไหม ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่"
เข้ามาในห้องแล้ว เซียวเป่ยยวนก็เดินวนรอบตัวลู่เว่ยอิ่น อยากจะถอดเสื้อผ้าออกตรวจดูให้ละเอียดเสียเดี๋ยวนั้น
"วางใจเถิด ข้าไม่เป็นไร" ลู่เว่ยอิ่นกดนางลงบนเก้าอี้ มองดวงตาที่แดงก่ำเพราะอดนอน น้ำเสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว "รีบกลับไปนอนเถิด ข้าจัดการเสร็จก็ต้องงีบชดเชยเช่นกัน"
"เจ้าค่ะ พี่อารีบพักผ่อนเถิด อีกสักครู่ข้าค่อยมาหาใหม่"
นางตอบอย่างเรียบร้อย แต่กลับนั่งนิ่งไม่ขยับ ง่วนอยู่กับการแคะเล็บ อยากพูดแต่ก็ลังเล
ลู่เว่ยอิ่นถาม "เหตุใดหรือ"
เซียวเป่ยยวนลุกขึ้นยืน มือทั้งสองไพล่หลัง สีหน้าละอายใจ ทำท่าเหมือนทำผิด "หวังจินป่างตายแล้ว"
ลู่เว่ยอิ่นขมวดคิ้ว นางรีบอธิบาย "ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่รู้ว่าต่อยักษ์มีพิษต่อยคนตายได้…"
นางเคยเข้าไปในพุ่มดอกไม้ตอนเด็ก ๆ ถูกผึ้งต่อยเป็นตุ่มใหญ่หลายตุ่ม ทั้งเจ็บทั้งคัน แต่ทายาแล้วไม่กี่วันก็หาย
ยังนึกว่าต่อยักษ์ก็แค่ผึ้งตัวใหญ่ขึ้นหน่อย ไม่คิดว่ามันจะเป็นสัตว์มีพิษ
พี่อาบอกไว้ว่า ตราบใดที่ไม่ฆ่าคน ให้นางระบายอารมณ์ได้ตามสบาย แต่ผลสุดท้าย… เลยเถิดไปหน่อย
ลู่เว่ยอิ่นหน้าตึงเครียด นานทีปีหนจึงจะเคร่งขรึมต่อหน้าเซียวเป่ยยวนเช่นนี้
อันที่จริงเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดมาก หวังจินป่าง คนเช่นนี้ ไม่เพียงหลอกเอาทรัพย์ ยังทำร้ายหญิงสาวอีกตั้งมากมาย ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย
แต่ต่อหน้าเซียวเป่ยยวน นางพูดเช่นนั้นไม่ได้
ไม่ควรให้เซียวเป่ยยวนรู้สึกว่า หากมีเหตุผลอันชอบธรรม ก็สามารถกำหนดความเป็นความตายของผู้อื่นได้ตามอำเภอใจ
ดังนั้นนางจึงถาม "ท่านพี่ใหญ่ทราบเรื่องหรือไม่"
นางรู้ว่าเซียวตงถิงต้องทราบเรื่องแน่
