ในความทรงจำจากชาติก่อน ลู่เว่ยอิ่นไม่เคยได้ยินคดีลอบหล่ออาวุธเลย
อาจเป็นเพราะนางมิเคยสนใจ หรือไม่ก็เพราะนางมิเคยเข้าไปก้าวก่าย ไอ้อ้วนนามว่าพระจันทร์กึ่งเดือนนั่นจึงพาบัญชีรายชื่อหนีรอดไปได้
เรื่องสอบบู๊ สิ่งที่เซียวซีถังพอจะช่วยได้ ลู่เว่ยอิ่นก็ช่วยจนหมดแล้ว ส่วนที่เหลือก็คงต้องพึ่งตัวเขาเองและฟ้าลิขิต
ส่วนลู่จิ้นเฉียนแต่เดิมคิดจะใช้ประโยชน์จากที่เขาลอบเสาะหาข้อสอบ วางกับดัก แล้วส่งเขาเข้าคุกไปอีกครั้ง หากราบรื่นก็อาจส่งขึ้นแท่นประหารได้เลย
แต่บัดนี้เกิดคดีอาวุธขึ้นมากะทันหัน การตามหาจูหลงจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับแรก นางไม่มีเวลาแบ่งกายไปทำอย่างอื่น จึงได้แต่ขุดหลุมง่าย ๆ ให้เขาเข้าไปกระแทกตัวเองอยู่ในนั้นสักพักก่อน
ลู่เว่ยอิ่นเรียกซิงฉี่มา ถามว่า “ของที่ข้าต้องการ ตระเตรียมเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
นางให้ซิงฉี่หาคนไปตีเสื้อเกราะเหล็กที่ห่อหุ้มได้ทั้งตัว สำหรับสวมใส่ยามเข้าถ้ำงู
มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ชีวิตนี้นางยังมีประโยชน์อีกมาก จะเอาไปเป็นภักษ์ให้ฝูงงูไม่ได้เด็ดขาด
ซิงฉี่ตอบ “น่าจะใกล้แล้วเจ้าค่ะ นัดกันไว้ว่าจะไปรับพรุ่งนี้”
“ไปรับเดี๋ยวนี้เถิด แล้วรอข้าอยู่หลังประตูมุม”
แค่วันเดียว คงต่างกันไม่มากนัก
ซิงฉี่ไปแล้ว ลู่เว่ยอิ่นกะเวลาพอเหมาะแล้วเรียกไฉโหรวมา “ตอนนี้มีซิงหยางกับซิงฉี่มาเพิ่ม มือไม้เพียงพอแล้ว เจ้ากลับไปเฝ้าศาลเจ้าเยี่ยกงเถิด พร้อมกับจุดธูปแทนข้าด้วย”
นิ้วมือไฉโหรวสั่นระริก พยายามยิ้มออกมา “ขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะ เช่นนั้นหม่อมฉันขอไปเก็บของเดี๋ยวนี้”
พอเดินถึงประตู จู่ ๆ นางก็วกกลับมา คุกเข่าต่อหน้าลู่เว่ยอิ่น ก้มตัวโขกศีรษะลงกับพื้น
“ครานี้ไฉโหรวไม่อยู่ คุณหนูโปรดระวังทุกสิ่ง ดูแลรักษาตัวด้วยเจ้าค่ะ”
ลู่เว่ยอิ่นสายตาจับจ้องอยู่ที่ตำรา โบกมือพลางกล่าว “ใช่ว่าจะไม่กลับมาเสียหน่อย ไปเถิด”
ข้าวของของไฉโหรวถูกเก็บไว้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ห่อใหญ่แน่นขนัด รอคอยเพียงให้ลู่เว่ยอิ่นเอ่ยปากปล่อยคน
ฉ่ายเซียงร่ำไห้ไปส่งตลอดทางจนถึงประตู ก่อนจากลากันถึงขั้นกอดรัดไม่ยอมปล่อยมือ ไฉโหรวพยายามดิ้นหลุดออกมา ขึ้นม้าแล้วจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
