เจียนเจียนเปิดม่านรถขึ้น ลู่เว่ยอิ่นเงยหน้าขึ้น ก็เห็นลู่ขุยขี่ม้าตัวสูงสง่า ดวงตาถลึงโตเท่ากระดิ่งทองแดง ใบหน้าดำยิ่งกว่าก้นหม้อ
คนขับรถถูกหมัดเท้าทำร้าย ร่างกายคุดคู้ล้มลงกับพื้น เจ็บจนปีนขึ้นมาไม่ได้
“ที่แท้ก็ท่านแม่ทัพลู่นี่เอง” ลู่เว่ยอิ่นนั่งนิ่งอยู่ในรถม้า “ท่านแม่ทัพขวางทางรถ ข้าน้อยไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือไม่”
ลู่ขุยถูกกิริยาอันไม่ไยดีของนางกระตุ้นอารมณ์ เนื้อบนใบหน้ากระตุก “ทรชน ข้าเป็นพ่อเจ้า!”
สายตากวาดมองขึ้นลง ลู่เว่ยอิ่นยกยิ้มมุมปาก ครึ่งหนึ่งเย็นชา ครึ่งหนึ่งเย้ยหยัน
“ท่านแม่ทัพลู่ช่างพูดเล่น ธิดาเพียงคนเดียวของท่านตอนนี้ถูกขังอยู่ในคุกของจิงจ้าวฝู่นะเจ้าคะ”
“เจ้า!” ลู่ขุยโกรธจนตัวสั่น
เดิมเขาคาดหวังให้ลู่จิ้นเฉียนไปขอความช่วยเหลือจากจี้หรูอิน ให้ช่วยพาตัวลู่ฮวนเกอที่อยู่ในคุกออกมา รออยู่สองวัน บุตรสาวคนเล็กก็ไม่กลับมา บุตรชายคนโตก็ไร้ข่าว เมื่อสืบข่าวดูจึงรู้ว่าถูกคุมขังอยู่ในคุกของศาลากลางนครหลวงทั้งคู่
คนของศาลากลางนครหลวงพวกนั้น ไม่รู้ว่ามีหน้าที่อะไรกันแน่ ถึงกับสงสัยพาดพิงมาถึงฮวนเอ๋อร์
ชิ ธิดาน้อยของเขาที่บอบบางอ่อนแอ ได้ยินเสียงฟ้าร้องยังหวาดกลัว จะมีเล่ห์เหลี่ยมโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างนั้นได้อย่างไร
อีกทั้งยังบอกว่าอาเฉียนทารุณราษฎรดี
แค่นางทาสต่ำต้อยคนหนึ่ง ถึงพ้นจากทะเบียนทาสแล้ว ก็ยังเป็นกระดูกต่ำช้าอยู่ดีมิใช่หรือ ตีให้ตายแล้วจะเป็นไร ในประตูคฤหาสน์ใหญ่แห่งใด ไม่มีทาสต่ำต้อยตายไปสักสองสามคนบ้างหรือ
คนของศาลากลางนครหลวงกลับเพราะเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ก็จับตัวอาเฉียนไป ทั้งขังคุกทั้งโบยตี ช่างไม่เห็นจวนแม่ทัพอยู่ในสายตาเลย
ลู่ขุยเดิมคิดจะไปหาเจ้าอิ้วซิ่นโดยตรง ฮูหยินวีเกลี้ยกล่อมห้ามไว้ ให้เขาไปเยี่ยมดูพี่น้องลู่จิ้นเฉียนในคุกก่อน สอบถามถึงต้นสายปลายเหตุ
ลู่ขุยไปถามในคุก หลังจากพี่น้องทั้งสองยุยงปลุกปั่นชี้นำให้ ก็ราวกับได้รับการชี้ทางสว่างให้กระจ่างใจ
ถูกต้อง ศาลากลางนครหลวงจัดการตามกฎหมาย หาได้มีข้อไม่บังควรถือ ที่รากฐานของเรื่อง ล้วนเป็นเพราะทรชนลู่เว่ยอิ่นที่ก่อขึ้น
เขาถึงบุ่มบ่ามหุนหัน แต่หาโง่ไม่
จะบีบลูกพลับลูกไหน ก็ต้องเลือกลูกอ่อน
