“อาการภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำเกินไปทุเลาลงแล้ว ส่วนบริเวณที่ถูกน้ำแข็งกัดต้องสังเกตอาการต่ออีกสองสามวัน อย่าให้โดนน้ำ ทายาตามเวลา ช่วงสองวันนี้กินอาหารอ่อน ๆ หน่อย ดื่มน้ำและเติมพลังงานให้เพียงพอ……”
“ครับ” เจียงอวี้ไป๋พยักหน้ารับ
หมอพูดอย่างโล่งใจว่า “ฟื้นแล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อวัยวะภายในไม่ได้ถูกความเย็นกัด พวกคุณพามาส่งได้ทันเวลาพอดี”
“ถ้าช้ากว่านี้อีกหน่อย ทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์คงตกอยู่ในอันตราย”
หมอกำชับข้อควรระวังอีกสองสามข้อ ก่อนจะพาพยาบาลออกจากห้องพักฟื้นไป
ภายในห้องพักฟื้นเงียบสงบลง
เจียงอวี้ไป๋นั่งอยู่ข้างเตียง มองนิ้วมือกับข้อเท้าของเธอที่พันด้วยผ้าก๊อซ เงียบไปหลายวินาทีก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณทำผมตกใจหมด”
น้ำเสียงเรียบนิ่งของเขาแฝงความหวาดหวั่นที่ยังหลงเหลือ และสั่นเครืออยู่เล็กน้อย
หัวใจของเวินหร่วนกระตุกวูบ เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ……
อย่างนั้นเธอจะโลภขึ้นอีกสักนิดได้ไหมนะ?
เวินหร่วนหลุบตาลง มองนิ้วมือที่พันผ้าก๊อซของตัวเอง ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “……ฉันก็ตกใจเหมือนกัน”
เจียงอวี้ไป๋ลดเสียงลง ราวกับกลัวจะทำให้เธอตกใจ “ตกลงเกิดอะไรขึ้น ใครพาคุณไป?”
เวินหร่วนหัวเราะขื่น ๆ แล้วเล่าต้นสายปลายเหตุอย่างคร่าว ๆ “……พอฉันฟื้นขึ้นมาก็ถูกขังอยู่ในห้องแช่แข็งแล้ว เป็นเพราะฉันประมาทเอง ได้ยินว่าแม่เกิดเรื่องก็รีบออกไปโดยไม่ทันคิดอะไร”
ครั้งหน้าเธอจะไม่ถูกหลอกด้วยวิธีแบบนี้อีก
เจียงอวี้ไป๋ขมวดคิ้วแน่น เงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ผมให้คนไปตรวจสอบเบอร์ที่ติดต่อคุณแล้ว สืบได้แค่ว่าเป็นเบอร์เสมือน ตอนนี้คุณไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น พักฟื้นให้ร่างกายหายดีก่อน”
