เวินหร่วนกินข้าวเสร็จ คนรับใช้ก็เก็บจานชามไป
ท่านยายเจียงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนนั่งลงบนโซฟา ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
หัวใจเวินหร่วนพลันเต้นแรงขึ้นมา เธออดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้ท่านยายคงไม่บังคับให้เธอไปคุกเข่าที่ศาลาบรรพบุรุษอีกแล้ว…
ลูกในท้องช่วยชีวิตเธอไว้
“คุณยายคะ ยังมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ” เวินหร่วนถามอย่างระมัดระวัง
เธอสงสัยว่าทำไมท่านยายถึงมองเธอด้วยสายตาแบบนี้
ก่อนหน้านี้ท่านยายเฝ้ารอให้เธอตั้งครรภ์มาตลอดแท้ ๆ ถึงขั้นใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างลงโทษเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ตอนนี้เธอตั้งครรภ์แล้ว ท่านยายกลับดูไม่ค่อยดีใจนัก
ทำไมกัน?
“ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่า…” ท่านยายพูดค้างไว้ ไม่เอ่ยต่อ น้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ยอยู่เล็กน้อย
ราวกับว่าเวินหร่วนไม่คู่ควรแม้แต่จะตั้งครรภ์ลูกคนนี้…
ความคิดนี้ทำให้เวินหร่วนเองยังสะดุ้ง
“คุณยายไม่ดีใจหรือคะ”
เวินหร่วนจงใจหยั่งเชิง เธอรู้สึกว่าท่าทีของท่านยายช่างแปลกประหลาด
จนทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
ท่านยายเจียงมองเธออย่างมีนัย “จะไม่ดีใจได้อย่างไร นี่เป็นเหลนชายของตระกูลเจียงเรา ช่วงนี้ย้ายมาอยู่ที่บ้านตระกูลใหญ่เถอะ”
“ที่นี่มีคนรับใช้คอยดูแล ส่วนงานของเธอน่ะ ลาออกเสีย”
หัวใจเวินหร่วนกระตุกวูบ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะตั้งครรภ์ ยิ่งไม่เคยคิดจะลาออก
อีกอย่าง สถาบันการแปลระดับสูงมีวันลาคลอด ไม่ได้กระทบกับงานของเธอ
“คุณยายคะ หนูดูแลตัวเองได้ เพิ่งตั้งครรภ์เอง ไม่จำเป็นต้องลาออกหรอกค่ะ…”
