“ฉันแซ่หวัง คืนนี้มีภารกิจฉุกเฉิน อีกเดี๋ยวพวกเธอสองคนต้องตามฉันติด ๆ ห้ามห่างแม้แต่ก้าวเดียว ได้ยินไหม”
“รับทราบ”
“อุปกรณ์พวกนี้ใช้เป็นใช่ไหม”
ระหว่างพูด เขายื่นชุดอุปกรณ์สื่อสารให้ทั้งสองคน
ตอนอยู่ค่ายฝึกทหารใหม่ ครูฝึกสอนวิธีใช้ไว้หมดแล้ว ทั้งสองรีบสวมอุปกรณ์ แล้วพยักหน้าตอบว่า “เป็น”
“ดี”
แค่พูดกันไม่กี่คำ ทั้งค่ายก็เริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมาทันที
กองร้อยที่หนึ่งถึงห้าขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ส่วนกองร้อยที่หกอยู่เฝ้าค่าย
ขบวนรถเคลื่อนออกจากค่ายอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งขึ้นไปนั่งบนรถกระบะแล้ว ฉีจินเยว่ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตลอดทางรถสั่นกระเทือนอย่างหนัก ท่ามกลางความมืดมิด ขบวนรถยาวเหยียดแล่นผ่านแนวเขา ค่อย ๆ เข้าใกล้เส้นพรมแดน
ภายในรถบรรทุกของหมวดสาม หวังเฉิงหลินเองก็ได้รับรายละเอียดภารกิจแล้ว
เขานั่งอยู่ที่นั่งแรกทางขวามือติดประตู ถัดไปเป็นฉีจินเยว่กับว่านฉีหลิน ตามด้วยทหารเก่าของหมวดสาม
“ได้รับภารกิจแล้ว ทางประเทศลาวมีกองกำลังทหารที่หลบหนีมา กำลังมุ่งหน้ามายังชายแดนของเรา ไม่ทราบทั้งเส้นทางและจำนวนคน ดังนั้นภารกิจครั้งนี้ของเราคือขัดขวางไม่ให้พวกมันเข้ามาในเขตแดนของเราให้ได้”
“รับทราบ!”
บรรยากาศเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“ผู้บังคับหมวด สองคนนี้เป็นทหารใหม่ใช่ไหม”
“อืม”
“พวกเธอสองคนนี่ดวงซวยจริง ๆ วันแรกก็เจอเรื่องแบบนี้เข้าแล้ว”
คนที่พูดกวาดตามองทั้งสองคนอย่างเห็นใจ
ฉีจินเยว่จุปาก เธอเองก็รู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายจริง ๆ
แต่เธอไม่ได้แสดงออกมา เพียงถามว่า “ผู้บังคับกองร้อย ที่นี่เกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยไหม”
หวังเฉิงหลินไม่รู้ว่าทำไมผู้บังคับกองร้อยถึงจัดทหารหญิงมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา แต่ก็ยังอธิบายคร่าว ๆ อย่างเต็มความรับผิดชอบ
