พูดจบ ฉีจินเยว่ก็รีบฉุดคนทั้งสองให้ลุกขึ้นจากพื้น
สองคนที่ยังไม่ทันตั้งตัว แถมยังคำนับปีใหม่ให้เธอล่วงหน้าไปแล้ว ถูกฉีจินเยว่ฉุดขึ้นมาจากพื้นราวกับถอนหัวไชเท้า
ตอนนี้เหอยฺวี่กับเฉิงเจ๋อตงต่างก็แอบทอดถอนใจอยู่ในใจว่า แรงเยอะจริง ๆ...
เห็นทั้งสองเงียบไป ฉีจินเยว่ก็กวาดตามองบริเวณหัวเข่าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนถามทันทีว่า “เป็นอะไรไหม?”
ทั้งสองส่ายหน้าอย่างแข็งทื่อ
“มะ...ไม่เป็นไร”
แค่เจ็บเข่านิดหน่อยเท่านั้น
ฉีจินเยว่รู้ดีว่าตัวเองมีแรงแค่ไหน ผู้ชายตัวโตสองคนคงไม่ได้เปราะบางขนาดที่แค่ถูกเธอกดลงไปครั้งเดียวแล้วกระดูกสะบ้าจะแตกหรอกมั้ง?
เธอกวาดตามองตู้สินค้าเรียงรายอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว คัดเลือกจุดซ่อนตัวที่เหมาะสม
ด้านหน้ามีตู้คอนเทนเนอร์แห้งมาตรฐานเรียงเป็นแถว รอขึ้นเรืออยู่
ตู้หนึ่งปิดประตูไว้ไม่สนิทและไม่ได้ล็อก ภายในสะอาดว่างเปล่า ทั้งยังเป็นตู้สินค้าชุดสุดท้ายของคืนนี้ที่จะถูกยกขึ้นเรือ
ตู้สินค้านั่นแหละ!
ฉีจินเยว่ยกมือส่งสัญญาณให้ทั้งสองก้มตัวตามมา แล้วลอบเคลื่อนไหวไปตามจุดอับข้างตู้โดยไม่ให้เกิดเสียง เพียงพริบตาก็มาถึงข้างประตูตู้
เธอเงี่ยหูฟังเพื่อยืนยันว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ลาดตระเวนอยู่ยังอยู่ห่างออกไป และเครนหยุดทำงานชั่วคราวแล้ว จึงรีบหันไปกำชับเสียงเบา
“เข้าไป นั่งยอง ๆ ชิดมุมด้านในสุด ห้ามส่งเสียง ห้ามเปิดไฟ ห้ามขยับตัวมั่วซั่ว”
เหอยฺวี่กับเฉิงเจ๋อตงรีบพยักหน้า “รู้แล้ว”
ทั้งคู่รู้ดีว่านี่คือกุญแจสำคัญที่จะหนีออกจากประเทศเมกาได้หรือไม่ จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!
พูดจบ ทั้งสองก็รีบก้มตัวมุดเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์อันมืดสนิท ขดตัวแน่นอยู่ในเงามืดที่ลึกที่สุด แม้แต่ลมหายใจก็ยังพยายามผ่อนให้เบาที่สุด
