เซียวหลิ่นเอ่ยเสียงเย็นต่ำ “ไม่มีทางออกแล้ว”
เมื่อเดินพ้นอุโมงค์แคบมา ด้านหน้าก็เป็นถ้ำที่ค่อนข้างกว้าง
รอบด้านมีแต่ผนังหินขรุขระ เป็นเหลี่ยมเป็นสัน
ทางออกเพียงทางเดียวคืออุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา
แต่กลับไปไม่ได้แล้ว เพราะปากถ้ำที่พวกเขาไถลลงมาถูกทรายดูดปิดกั้นไว้เรียบร้อย
เยี่ยนซี่กอดอกไว้แน่น ดวงตาหงส์ฉายแววไม่สบายใจ “ให้ตายสิ! พวกเราสามคนจะต้องมาตายอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
เซียวหลิ่นกับเย่หยุนถังไม่พูดอะไร ทั้งคู่กวาดตามองและสำรวจรอบด้าน
“พักกันก่อนสักครู่” เซียวหลิ่นพูดเสียงขรึม
ในถ้ำมีลมเย็นพัดวูบวาบ เย่หยุนถังสวมเพียงเสื้อแขนยาวชั้นใน ไม่มีเสื้อคลุม จู่ ๆ ก็สะท้านหนาวขึ้นมา
เซียวหลิ่นกับเยี่ยนซี่ถอดเสื้อแจ็กเก็ตกันลมของตัวเองออก แล้วยื่นให้เธอพร้อมกัน
เย่หยุนถังมองเซียวหลิ่น แล้วมองเยี่ยนซี่
“พี่รอง อย่าแย่งผมสิ ให้ผมได้แสดงฝีมือต่อหน้าสาวงามเย่บ้าง”
เซียวหลิ่นไม่สนใจเยี่ยนซี่ ดวงตาดำลึกล้ำมองเย่หยุนถัง “ใส่ของผม”
เย่หยุนถังยื่นมือไปรับเสื้อแจ็กเก็ตกันลมของเซียวหลิ่น ก่อนจะบอกเยี่ยนซี่ว่า “เขาแข็งแรงกว่าคุณ น่าจะทนหนาวได้ดีกว่า”
“ผมยอมรับว่ากล้ามไม่เท่าพี่รองก็จริง แต่...” เยี่ยนซี่เลิกเสื้อขึ้น เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้อง “ผมก็มีหน้าท้องเป็นลอนบาง ๆ เหมือนกันนะ...”
เขายังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ ก็ถูกใครบางคนเตะก้นเข้าให้
เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ล้มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น
“ให้ตายสิ พี่รองเตะผมทำไม?” เยี่ยนซี่กุมก้นที่ชาไปหมด สีหน้าเจ็บปวด
เย่หยุนถังรีบเข้าไปหาเยี่ยนซี่ แล้วช่วยพยุงเขาขึ้นมา
เธอถลึงตาใส่เซียวหลิ่น “ขาเขาบาดเจ็บอยู่แล้ว คุณยังเตะเขาอีกเหรอ?”
สีหน้าเซียวหลิ่นเย็นชาแข็งกร้าว “ป่านนี้แล้วยังจะมาอวดเสน่ห์อยู่อีกหรือไง?”
