ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้น
เซียวหลิ่นย้อนกลับมา แนวกรามของเขาขบเกร็ง สีหน้าเย็นขรึมอย่างยิ่ง
เขาเหลือบมองเย่หยุนถัง ก่อนเอ่ยเสียงต่ำเย็นชา “สะพายกระเป๋าแล้วกระโดดลงมา”
เย่หยุนถังมองฝ่ามือใหญ่ที่ชายหนุ่มยื่นมาให้ แล้วพยักหน้า “ได้ค่ะ”
ช่องว่างตรงปากถ้ำสูงจากพื้นด้านล่างราวหนึ่งเมตรกว่า ข้างล่างเป็นบ่อน้ำพุร้อน ก้อนหินค่อนข้างลื่น
เย่หยุนถังอาศัยแรงจากฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่ม กระโดดลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เพราะเท้าลื่น เธอจึงเกือบหกล้ม ชายหนุ่มยื่นมืออีกข้างออกมาทันเวลา โอบเอวเธอไว้
เย่หยุนถังใช้มือยันอกชายหนุ่ม แม้จะมีเนื้อผ้าคั่นอยู่ชั้นหนึ่ง เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งแน่นกระชับของเขา
นิ้วของเธอขยับงอเล็กน้อย แล้วฉวยโอกาสลูบอกเขาทีหนึ่ง
เซียวหลิ่นรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเธอ ร่างกายพลันเกร็งขึ้น แววตาลึกล้ำจนยากหยั่งถึง “คุณทำอะไรน่ะ”
เย่หยุนถังไม่รู้สึกละอายหรือกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อยที่ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งชายหนุ่ม “เมื่อกี้คุณโอบเอวฉัน ฉันก็เลยลูบกล้ามอกคุณสักหน่อย ถือว่าต่างตอบแทนกัน”
เซียวหลิ่น “……”
เขาประคองเอวเธอก็เพื่อกันไม่ให้เธอล้มไม่ใช่หรือ
ผู้หญิงคนนี้ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเขาแล้วยังทำหน้ามั่นใจ พูดจามีเหตุผลเสียด้วย
หลังจากเย่หยุนถังกระโดดลงไป เยี่ยนซี่ก็มุดเข้าไปในซอกหิน พอเห็นทั้งสองกำลังจะจากไป เขาก็ร้องโวยวายด้วยความตกใจ “พี่สอง คุณคนสวยเย่ จะลืมผมไว้ที่นี่หรือไงครับ”
เซียวหลิ่นหันกลับไปมองเยี่ยนซี่ “อยู่ตรงนั้น อย่าขยับ”
เยี่ยนซี่ส่ายหน้าจนหน้าซีด “ไม่เอา ไม่เอา ผมกลัวผี”
แนวกรามของเซียวหลิ่นตึงเกร็ง “บนโลกนี้ไม่มีผีหรอก”
“แต่ผมกลัวนี่นา ฮือ ๆ พี่สอง คุณคนสวยเย่ ผมจะไปกับพวกคุณด้วย!”
เห็นเยี่ยนซี่แทบจะร้องไห้ เย่หยุนถังจึงพยักหน้าให้เขา “งั้นก็กระโดดลงมาสิ”
เธอกำลังจะยื่นมือไปรับเยี่ยนซี่ แต่พอเซียวหลิ่นเห็นดังนั้น เขาก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและยื่นฝ่ามือใหญ่ไปหาเยี่ยนซี่
