เย่หยุนถังโผเข้าชนแผงอกกว้างแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ปลายจมูกอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นจากตัวเขา
หลายวันมานี้ทั้งคู่ทำคดีด้วยกันจนแทบไม่มีเวลาพัก
แต่ตั้งแต่ทะเลาะกัน ในใจเธอก็รู้สึกว่างเปล่า อึดอัดและไม่สบายใจอยู่ตลอด
ความน้อยใจที่สะสมมาหลายวันพลันทะลักออกมา
เธอยกมือขึ้นหยิกแขนกำยำที่เกร็งแน่นของชายหนุ่มอย่างแรง
เซียวหลิ่นเจ็บจนก้มหน้ามองเธอ
จังหวะนั้นเอง เย่หยุนถังก็เงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนเขาพอดี ดวงตาคู่งามมีม่านน้ำบาง ๆ คลออยู่ หางตาแดงเรื่อ ดูน้อยเนื้อต่ำใจและน่าสงสาร ราวกับถูกใครรังแกมา
เขาแทบไม่เคยเห็นเธอแสดงสีหน้าเช่นนี้ หัวใจพลันอ่อนยวบลงทันที
ฝ่ามือใหญ่ลูบหางตาเธอเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนลงหลายส่วน “เป็นอะไรไป?”
เย่หยุนถังสูดจมูก ก่อนถลึงตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณ...ไม่สนใจฉันมาตั้งหลายวัน ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”
พอเห็นเธอเป็นแบบนี้ ความเย็นชา ความกระด้าง ความงอน และความเมินเฉยทั้งหมดในใจชายหนุ่มก็สลายหายไป
เขาโน้มคางเรียวลงแตะกระหม่อมเธอ เอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง “ขอโทษ”
เธอยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินเขาพูดต่อ “ผมไม่ใช่คนที่มั่วซั่ว เพราะผมรู้สึกดีกับคุณมานานแล้ว ตอนคุณเสนอให้นอนด้วยกันคืนเดียว ผมถึงยอมให้คุณนอนด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ผมไม่มีทางตกลง”
เขากระชับอ้อมแขน กอดเธอแน่นขึ้น “ผมทำแบบนี้กับคุณคนเดียว คุณต้องให้ผมพูดอีกกี่ครั้งถึงจะเข้าใจ?”
เย่หยุนถังเงยหน้ามองดวงตาดำลึกล้ำของชายหนุ่ม ในใจคล้ายถูกเติมเต็มขึ้นมา ความรู้สึกทั้งเปรี้ยวทั้งอ่อนหวานปะปนกับความไม่มั่นใจสายหนึ่ง พรั่งพรูขึ้นมาอย่างถาโถม
ใช่ว่าเธอจะไม่หวั่นไหว แต่บาดแผลเก่าจากความรักก็ผุดขึ้นมาโดยควบคุมไม่ได้
ในการแต่งงานครั้งก่อน ตอนเริ่มต้นฟู่สือหลี่ก็ดีกับเธอเช่นนี้ ในสายตาและในใจมีแต่เธอ พร่ำบอกว่ารักเธอไม่ขาดปาก
