ภายในห้องประชุมใหญ่
ผู้อำนวยการจิ้งและผู้อำนวยการเส้าร่วมกันจัดการประชุม ทั้งเพื่อสรุปปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในรั้วมหาวิทยาลัย และเพื่อยกย่องพร้อมทั้งปรับระเบียบวินัยของหน่วยสืบสวนอาชญากรรม
บุคลากรจากทุกแผนกต่างมาร่วมการประชุมครั้งนี้
ผู้อำนวยการจิ้งเปิดปากเป็นคนแรก “คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในรั้วมหาวิทยาลัยได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก ทั้งยังสืบสวนได้ยากลำบาก หน่วยสืบสวนอาชญากรรมแบกรับแรงกดดันไว้ได้ ระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างแม่นยำ ป้องกันเหตุทำร้ายเหยื่อรายที่สามที่อาจเกิดขึ้น และคุ้มครองความปลอดภัยของสถานศึกษาไว้ได้ สมควรได้รับการยกย่อง”
เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วห้องประชุม
ผู้อำนวยการเส้าพยักหน้า จากนั้นมองไปยังเซียวหลิ่น เฉิงเหล่ย ซ่งเช่อ เย่หยุนถัง และคนอื่น ๆ แววตาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม “ทีมงานแบ่งหน้าที่กันชัดเจนและร่วมมือประสานงานกัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง สมควรได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ”
พูดจบ น้ำเสียงก็พลันเปลี่ยนไป “แต่ในที่นี้ ผมก็ต้องเน้นย้ำเรื่องวินัยด้วย”
สายตาของผู้อำนวยการเส้าตกลงบนตัวเฉิงเหล่ย “เฉิงเหล่ย เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง”
เฉิงเหล่ยพยักหน้า ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดบันทึกเสียงช่วงหนึ่ง
ฉินเฟิง: เฉิงเหล่ย ได้ยินว่าแม่ของคุณป่วยและต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ผมให้เงินก้อนนี้กับคุณได้ แต่ต่อจากนี้คุณต้องมาทำงานกับผม
เฉิงเหล่ย: รองหัวหน้าฉิน คุณหมายความว่ายังไงครับ?
ฉินเฟิง: คุณทำงานอยู่ข้างเซียวหลิ่น น่าจะรู้จักนิสัยการทำคดีของเขาดีสินะ แอบเอาข้อมูลสำคัญที่เซียวหลิ่นใช้สืบคดีมาบอกผม ต่อไปคุณจะได้ผลประโยชน์ไม่น้อยแน่
เฉิงเหล่ย: รองหัวหน้าฉิน คุณกำลังให้ผมทรยศหัวหน้าของพวกเราเหรอครับ?