ยามราตรี สายลมยิ่งโหมกระหน่ำ ราวกับเป็นการยืนยันคำว่า «มีแขกมา» ของเชิ่นชิงหยวี เงาร่างของชายหนุ่มปรากฏตามแสงกระบี่ที่มาถึงก่อน แล้วจึงมาหยุดยืนอยู่กลางลานอย่างมั่นคง
ชายหนุ่มผู้นี้มีท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง บุคลิกสุขุมเคร่งขรึม เขาสวมชุดแพรสีขาวนวล ขอบเสื้อพลิ้วไหวเบา ๆ ตามแรงลมยามราตรี รูปร่างสูงโปร่งดุจต้นสน
ชายชุดขาวเห็นกระบี่ยาวของตนปักอยู่ในต้นไม้ จึงเผยสีหน้าประหลาดใจ
«นี่ เซวี่ยเฮ่อถิง เจ้าพบปีศาจชั่วหรือยัง?»
เสียงร่าเริงอีกเสียงดังตามมา เงาร่างปราดเปรียวพลันปรากฏขึ้นบนกำแพง
เป็นคุณชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหมดจดงดงาม สวมเสื้อตัวนอกสีแดงเข้มปักลาย ชายแขนเผยให้เห็นเสื้อตัวในสีเขียวคราม คาดเอวด้วยสายคาดสีดำห้อยเครื่องประดับเงิน ข้อมือประดับกำไลลูกปัด เขาเอนกายพิงต้นไม้อย่างเกียจคร้าน ริมฝีปากมีรอยยิ้มไม่ใส่ใจ
แมลงตัวน้อยสีเขียวส่องแสงเรืองรองเป็นจุด ๆ ท่ามกลางราตรี ค่อย ๆ บินเข้าใกล้เด็กหนุ่มชุดเขียว ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่ง
เซวี่ยเฮ่อถิงมองแมลงปีศาจดมกลิ่นหยกเขียวที่บินออกมา «แมลงปีศาจตัวนี้ดูเหมือนจะมุ่งไปหาคุณชาย»
เชิ่นชิงหยวีเอ่ยเสียงเรียบ «เช่นนั้นหรือ?»
ทว่าแมลงปีศาจดมกลิ่นหยกเขียวกลับบินอ้อมเชิ่นชิงหยวี ตรงไปหาเฉียวอิ้ง
เฉียวอิ้งยกมือป้องหน้าแล้วร้องเรียก «เชิ่นชิงหยวี!»
มือข้างหนึ่งยื่นออกมา คว้าแมลงตัวน้อยสีเขียวไว้
เฉียวอิ้งเงยหน้าขึ้นพอดีกับที่เห็นเชิ่นชิงหยวีชักมือกลับ เขาคลายมือออก แมลงตัวน้อยสีเขียวก็สลายเป็นผงธุลี ปลิวหายไปในอากาศ
เซวี่ยเฮ่อถิงขมวดคิ้ว ยกมือขึ้น กระบี่ยาวที่ปักอยู่ในต้นไม้พลันพุ่งกลับมาอยู่ในมือเขา แผ่ไอเย็นยะเยือก
เชิ่นชิงหยวีไม่หลบเลี่ยงสายตาพินิจของเซวี่ยเฮ่อถิงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังดูราวกับไม่รู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดในยามนี้ เขาหันไปยิ้มให้เฉียวอิ้ง «แค่แมลงตัวเดียวก็ทำให้เจ้าร้องโวยวายเสียแล้ว»
