ซูหยางตอบกลับอย่างเย็นชา "ไม่ต้องเรียกข้ากินข้าวเย็นก็ได้ ข้าไม่มีนิสัยกินข้าวค่ำ"
ได้ฟังดังนั้น ซูเสี่ยวตงที่แทบจะก้าวออกจากประตูห้องไปแล้วก็ต้องหยุดชะงักลงเล็กน้อย
"ได้ครับ ปู่ทวด ท่านพักผ่อนให้สบายเถิด พรุ่งนี้ข้ามาไหว้ท่านอีก"
พูดจบ ก็ปิดประตูห้องออกไปจากตรงนั้น
ซูหยางยืนอยู่ในห้องอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตั้งม่านพลังอันหนึ่งขึ้นมาในทันใด
นั่งขัดสมาธิอยู่พักหนึ่ง ขอบเขตด่านที่ถูกขัดขวางมาหลายหมื่นปีในชั้นกลั่นกายเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้ารอบก็เกิดการขยับเขยื้อนขยับขึ้นมาเล็กน้อยราวเส้นผม
คำแว้นที่ดีมาอย่างกระทันหันนี้ ทำให้ซูหยางดีใจไม่น้อย
โลกใบนี้เป็นสถานที่นำโชคของข้าจริงๆ นี่เอง!
เขามีลางสังหรณ์ว่า ท่ามกลางการดำเนินชีวิตแบบปุถุชนธรรมดาบนโลกนี้ หากได้เจียรจิตใจไปเรื่อยๆ
อย่างช้าที่สุดสิบปี ก้าวข้ามพ้นชั้นกลมเก้าพันชั้นได้จริงๆ บางทีก็คงจะสมความพยายาม!
……
หลานคนโตของตระกูลซูซือซูเว่ย ปีนี้ อายุสิบเอ็ดขวบ เรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมหนึ่งสิบเอ็ดแห่งเมืองหนานเจียง
โรงเรียนก็อยู่ในย่านนี้เอง เดินทางไม่กี่นาทีก็ถึง
เด็กน้อยคนนี้ตั้งแต่ชั้นปอสี่ขึ้นมาก็ไม่มีใครรับส่งแล้ว
วันนี้พออกโรงก็เห็นแม่เจียงเอี๊ยนยืนรออยู่หน้าโรงเรียน ซูเว่ยก็อดรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
กระโดดเดินไปข้างหน้าอย่างสดใส "แม่ วันนี้แม่มารับผมทำไมเหรอ"
เจียงเอี๊ยนต์ขู่ด้วยการจะกลับบ้านแม่ แต่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งคิดยิ่งแค้น
หล่อนคิดว่าทำไมกันนะ?
ตระกูลซูข้างตระหนี้ยตัวปู่ทวด แล้วทำไมต้องให้เราเอาบ้านออกไปด้วยล่ะ?
