“ได้!” ซูเหมียวเหมียวตอบอย่างหนักแน่น
“นั่นมันเกือบ 4,000 หยวนเลยนะ!” หวังหงเจี๋ยไม่เข้าใจว่าทำไมซูเหมียวเหมียวถึงมั่นใจขนาดนั้น
สถานการณ์ตอนนี้ แต่ละหมู่บ้านแทบไม่มีข้าวกินให้อิ่ม อู๋เต๋ออี้จะเอาเงิน 4,000 หยวนออกมาได้ยังไงในคราวเดียว
“ลุงหวัง ลุงมีคุณธรรม ไม่โลภแม้แต่น้อย ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนลุงนะคะ” น้ำเสียงของซูเหมียวเหมียวอ่อนลงเล็กน้อย
“หมายความว่า...” หวังหงเจี๋ยเข้าใจความหมายของเธอทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“ลุงคิดว่าคนอย่างอู๋เต๋ออี้จะมือสะอาดจริง ๆ เหรอคะ?” ซูเหมียวเหมียวถามยิ้ม ๆ
หวังหงเจี๋ยถึงกับตอบไม่ออกไปชั่วขณะ
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ต่อให้อู๋เต๋ออี้ต้องสู้จนตัวตาย เขาก็จะหาเงิน 4,000 หยวนมาให้ครบแน่” ซูเหมียวเหมียวเคยเรียนเรื่องการอ่านสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ แถมยังได้ปริญญาด้านจิตวิทยามาด้วย
เมื่อครู่อู๋เต๋ออี้ยอมถอยแล้วถอยอีกเรื่องอู๋ป๋อหยาง เห็นชัดว่าเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องอีกฝ่าย
ถึงจะโกรธมากตอนรู้ว่าต้องชดใช้เกือบ 4,000 หยวน แต่แววตากลับไม่มีความสิ้นหวังเลย
สีหน้าโดยไม่รู้ตัวของคนเราหลอกใครได้ยากที่สุด ปฏิกิริยาของเขาตอนนั้นก็พิสูจน์ได้มากพอแล้วว่า แม้เงิน 3,000 หยวนจะเป็นจำนวนมากสำหรับเขา แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เอื้อมไม่ถึง
“แต่อู๋เต๋ออี้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ต่อให้หาเงิน 4,000 หยวนมาได้ หลังจากนี้เขาก็ต้องแค้นฝังใจแล้วคิดแก้แค้นแน่” หวังหงเจี๋ยรู้จักอู๋เต๋ออี้ดี หลายปีมานี้เขาถูกอีกฝ่ายเล่นงานมาไม่น้อย