“หัวหน้ากองพล รีบไปกับผมเถอะครับ ถ้าช้ากว่านี้ทั้งกองผลิตอันหยางต้องเดือดร้อนแน่” ทันทีที่ซานหยาจื่อเห็นหัวหน้ากองพลออกมา เขาก็รีบสะอื้นไห้เดินเข้าไปหา
“ค่อย ๆ พูด เกิดอะไรขึ้น?” พอได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันกับกองผลิตอันหยางทั้งกอง หัวหน้ากองพลก็ขมวดคิ้วทันที
คราวนี้ซานหยาจื่อไม่ต้องเล่าเอง เพื่อนบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ต่างช่วยกันพูดไม่กี่ประโยค ก็เล่าเรื่องให้หัวหน้ากองพลเข้าใจชัดเจน
“อะไรนะ? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? แกไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?” หลังฟังจบ หัวหน้ากองพลก็หน้าเสียไปไม่น้อย
“หัวหน้ากองพล ผมจะเอาเรื่องแบบนี้มาหลอกคุณได้ยังไงครับ คนยังอยู่ที่หมู่บ้านสือหม่าโถว จะจริงหรือไม่จริง คุณไปดูกับผมก็รู้แล้ว” ซานหยาจื่อพูด
หัวหน้ากองพลจ้องซานหยาจื่ออยู่ครู่หนึ่ง คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกับเขา
“ไป ตอนนี้แหละ เราไปดูกัน!” หัวหน้ากองพลไม่กล้ารอช้า
ถ้าเรื่องที่ซานหยาจื่อพูดเป็นความจริงทั้งหมด เรื่องนี้ก็ใหญ่โตมาก
“ครับ” ซานหยาจื่อรีบเดินนำหน้า
“พวกเราก็ไปด้วย!” คนที่ถูกปลุกให้ตื่นต่างพากันตามไป
จู่ ๆ หัวหน้ากองพลก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับมา “ส่งคนไปตามอู๋เต๋ออี้ ให้เขามาที่หมู่บ้านสือหม่าโถวด้วย”
“ได้!” คนนั้นรับคำแล้วรีบจากไป
ส่วนหัวหน้ากองพลก็พาชาวบ้านในหมู่บ้านตัวเองอีกหกเจ็ดคน ตามซานหยาจื่อไปยังหมู่บ้านสือหม่าโถว
ถ้าเกิดตะลุมบอนขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยก็ยังมีคนช่วยห้าม