“คนอยู่ที่ไหน?” พอซูเหมียวเหมียวได้ยินก็สีหน้าดีใจขึ้นมาทันที
“อยู่ตรงลำน้ำครับ” ซานหยาจื่อตอบเสียงหนักแน่น
“ที่แท้ก็คิดจะลงมือกับแหล่งน้ำสินะ” ซูเหมียวเหมียวพึมพำ “ไป ไปดูกัน”
“ได้เลยครับ” ซานหยาจื่อรีบเดินนำไปทันที
ซูเหมียวเหมียวกลับเข้าไปหยิบไฟฉาย แล้วกำชับถังชุนหลานอีกครั้ง
“แม่ อยู่ดูแลคุณปู่คุณย่าที่บ้านให้ดีนะ หนูไปแป๊บเดียวก็กลับ”
“ได้ ระวังตัวด้วยนะ” ถังชุนหลานไม่ได้ตามไปวุ่นวายในเวลานี้
“ไม่ต้องห่วง คนในหมู่บ้านอยู่กันเต็มเลย” ซูเหมียวเหมียวปลอบ ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามซานหยาจื่อไป
เมื่อซูเหมียวเหมียวไปถึงลำน้ำ ชายหนุ่ม 4 คนกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น ถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา ชาวบ้านรุมชกต่อยเตะถีบ พวกเขาได้แต่ร้องไห้ตะโกนขอความเมตตาไม่หยุด
“พอได้แล้ว อย่าตีต่อเลย ถ้าตีคนตายขึ้นมา พวกเราก็อธิบายลำบาก” หวังหงเจี๋ยมองดูชาวบ้านระบายอารมณ์กันจนเกือบพอใจแล้ว ถึงค่อยเดินออกมาแสร้งทำเป็นตำหนิไม่กี่คำแบบไม่จริงจัง
“คนพวกนี้ทำลายแปลงยาในหมู่บ้านเรา แล้วยังคิดจะวางยาพิษแหล่งน้ำอีก คนแบบนี้ควรโดนตีให้ตายไปเลย!” ชาวบ้านพูดอย่างเดือดดาล
“ใช่ ตีพวกมันให้ตาย!”
“ตีพวกมันให้ตาย!”
“……”
ชาวบ้านต่างถือคบเพลิง สีหน้าโกรธแค้นกันทุกคน
“พวกชาวบ้านไร้มารยาท แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันบอกพวกแกไว้เลย รีบปล่อยพวกเราเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าลุงใหญ่ฉันรู้เข้า พวกแกได้เจอดีแน่!” อู๋ป๋อหยางถูกซ้อมจนหน้าบวมช้ำ กว่าจะฟื้นตัวได้ก็ได้ยินว่าพวกเขาจะตีตัวเองให้ตาย จึงตะโกนสุดเสียง