หัวหน้ากองพลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองหวังหงเจี๋ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วลองถามหยั่งเชิง
“ไม่อย่างนั้นเอาของที่อุดปากเขาออกก่อนดีไหม?”
แค่เอาของในปากออก หวังหงเจี๋ยก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เขาหันไปมองฮั่วซินหย่วน
ฮั่วซินหย่วนดึงถุงเท้าออกจากปากอู๋ป๋อหยางอย่างไม่เต็มใจนัก แล้วสะบัดมันด้วยสีหน้ารังเกียจ
ถุงเท้าของเขาสกปรกหมดแล้วจริง ๆ
อู๋ป๋อหยางเห็นแววตารังเกียจของอีกฝ่าย ก็แทบอยากพุ่งเข้าไปกัดให้ตาย
ยังกล้ามาทำท่ารังเกียจเขาอีก!
ถุงเท้าเหม็น ๆ ของหมอนั่นเกือบทำเขาขาดใจตายอยู่แล้ว
“ป๋อหยาง” อู๋เต๋ออี้เห็นว่าอู๋ป๋อหยางยังมีแก่ใจไปจ้องคนอื่น จึงตวาดเสียงเย็น
อู๋ป๋อหยางดึงสติกลับมาทันที แล้วหันไปมองอู๋เต๋ออี้อย่างน่าสงสาร
“ลุงใหญ่ พวกเขาใส่ร้ายผม พวกเราแค่เบื่อ ๆ ตอนกลางคืน เลยคิดจะเอายาไปลงในลำน้ำจับปลากลับไปทำกับข้าวให้อร่อยขึ้น ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาโผล่มาจากไหน อยู่ ๆ ก็เข้ามารุมทำร้ายผม ลุงดูสิ พวกเขาซ้อมผมจนเป็นสภาพนี้แล้ว” อู๋ป๋อหยางเริ่มโกหกหน้าตาเฉย
สีหน้าอู๋เต๋ออี้พลันเคร่งขรึมลง ดวงตาเรียวสามเหลี่ยมจับจ้องหัวหน้ากองพลเขม็ง
“หัวหน้ากองพล ได้ยินแล้วใช่ไหม หลานชายผมไม่ได้ทำอะไรเลย คนหมู่บ้านสือหม่าโถวต่างหากที่อาศัยพวกมากรังแกคนส่วนน้อย ไม่แยกแยะถูกผิดแล้วซ้อมเขาจนเป็นแบบนี้ เรื่องนี้พวกเขาต้องให้คำชี้แจงกับผม!”