ขณะที่ในหัวกำลังคิดฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา ร่างสูงใหญ่ของเฟิงอวี้ก็หยุดอยู่ข้างกายเธอ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเอ่ยว่า “ได้ ฉันไปทำเอง”
ดูท่าจะไม่ใช่ความหมายอย่างที่เธอคิด
เมิ่งฝูยังไม่กล้ามองไปทั่ว ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างลนลาน ทว่าเผลอเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า ไม่กี่วินาทีต่อมา สายตาก็ค่อย ๆ เลื่อนไปมองทางอื่น
“คะ คุณใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ”
ใครเขาเดินไปเดินมาแบบนี้หลังอาบน้ำกันล่ะ
เขาไม่ถือสาเลยจริง ๆ
เฟิงอวี้ใจเย็นกว่าที่เธอคิดเสียอีก “คุณนายเฟิง คุณต้องค่อย ๆ ชินให้ได้”
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน หรือจะมองด้วยวิธีอื่นก็ตาม
เธอต้องค่อย ๆ ชินกับเขา
“……”
เมิ่งฝูฟังออกว่าเขากำลังพูดเป็นนัยอยู่ หูที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วจึงยิ่งแดงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
“คุณเฟิง ที่บริษัทคุณไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็พองแก้มพึมพำเสียงเบา
ตอนอยู่บริษัทเขาดูเคร่งขรึมและไม่ยิ้มแย้มเอาเสียเลย ทุกคนต่างก็เกรงกลัวเขา
เฟิงอวี้ไม่ถือสาที่เธอหยอกล้อเขา เพียงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ตอนนี้คุณเป็นภรรยาของผม”
พวกเขาไม่ได้อยู่ในฐานะหัวหน้ากับลูกน้อง
แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงเรื่องพวกนี้
ถ้าเธอต้องการ แค่ดูอย่างเดียวคงไม่พอ ต่อให้ยื่นมือมาสัมผัสตามใจก็ยังได้
เมิ่งฝูพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่กลับรู้สึกคอแห้งผาก
ดูท่าเฟิงอวี้ก็ไม่ได้ทื่อไปเสียหมด บางครั้งคำพูดคำจาก็ช่างน่าฟังอยู่เหมือนกัน
……
เมื่อลงมาจากชั้นบนอีกครั้ง เฟิงอวี้ก็เปลี่ยนไปสวมชุดลำลองสีขาว
ปกติเขามักสวมเสื้อผ้าสีเข้มเป็นส่วนใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาใส่สีขาว เมิ่งฝูอดมองซ้ำอยู่หลายครั้งไม่ได้ รู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย
