“หนูจ๊ะ ย่าเองนะ”
พอรับสาย ก็ได้ยินเสียงสดใสกระปรี้กระเปร่าของคุณย่าเฟิง
เมิ่งฝูได้สติ รีบเอ่ยเสียงหวาน “คุณย่าคะ”
“จ้ะ!”
คุณย่าเฟิงรีบขานรับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความน้อยใจอยู่บ้าง “คราวก่อนหนูกับอาอวี้แวะมาหาย่าทีหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไม่มาอีกเลย ลืมย่าไปแล้วหรือจ๊ะ?”
“จะเป็นไปได้ยังไงคะ”
เมิ่งฝูรีบปฏิเสธ
ตอนเด็ก ๆ ปู่กับย่าดูแลเธออย่างดี พอโตขึ้นมา เธอจึงชอบอยู่กับผู้สูงวัยเป็นพิเศษ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเจอกันคราวก่อน คุณย่าเฟิงเอ็นดูเธอมากเป็นพิเศษ ทั้งยังมอบกำไลหยกมูลค่าสูงให้เธออีกด้วย
คุณย่าเฟิงเอ่ย “หนูจ๊ะ ย่าอยู่คนเดียวเหงามาก เจ้าเด็กอาอวี้นั่นจะมาหรือไม่มาก็ช่างเถอะ หนูว่างเมื่อไร แวะมาคุยเป็นเพื่อนย่าหน่อยได้ไหม?”
พอได้ยินผู้สูงวัยพูดเช่นนั้น หัวใจของเมิ่งฝูก็พลันอ่อนยวบลง
“วันนี้หลังเลิกงาน หนูจะไปอยู่เป็นเพื่อนคุณย่านะคะ”
“ดีจังเลย!”
คุณย่าเฟิงฟังแล้วก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “ย่าจะให้ห้องครัวเตรียมของโปรดของหนูไว้เดี๋ยวนี้เลย”
ได้ยินอย่างนั้น เมิ่งฝูก็ทั้งขำทั้งจนใจ
เธอจะไปตอนบ่าย ตอนนี้ยังไม่เที่ยงเลยด้วยซ้ำ
คุยกันต่ออีกไม่กี่ประโยค เมิ่งฝูก็ต้องวางสายเพราะมีงานยุ่ง
ใกล้เวลาเลิกงาน เธอเห็นฟางซู่พาคู่ค้าขึ้นไปชั้นเจ็ด เดิมทีตั้งใจจะบอกเฟิงอวี้ว่าอีกเดี๋ยวเธอจะไปคฤหาสน์เก่า แต่คาดว่าตอนนี้เขาคงกำลังยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ เมิ่งฝูจึงส่งข้อความไปหาเขาเพียงข้อความเดียว
คราวก่อนเฟิงอวี้พาเธอไปคฤหาสน์เก่า ถึงคราวนี้เขาไม่ได้ไปด้วย เมิ่งฝูก็ยังจำที่อยู่ได้
เธอเรียกรถ
ระหว่างยืนรอรถริมถนน ซุนเฉิงเซวียนก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเธอ
เมิ่งฝูยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ
ซุนเฉิงเซวียนเกาหัวอย่างลังเล “เมิ่งฝู เธอรู้ใช่ไหมว่าคุณเฟิงแต่งงานแล้ว?”
