เช้าวันถัดมา
เมิ่งฝูยังคงนั่งรถของเฟิงอวี้ไปทำงาน จากประสบการณ์สองครั้งก่อน ครั้งนี้เฟิงอวี้จึงจอดรถตรงทางแยกที่คุ้นเคยเองโดยไม่ต้องรอให้เธอเอ่ยปาก
ก่อนลงจากรถ เฟิงอวี้บอกว่า “เย็นนี้กลับด้วยกัน”
เธอไม่ได้ขับรถมา กลับเองไม่สะดวก อีกทั้งทั้งคู่ก็ต้องกลับไปจุดหมายเดียวกันอยู่แล้ว จึงไปทางเดียวกันพอดี
เมิ่งฝูพยักหน้า “ได้ค่ะ”
พอมาถึงออฟฟิศ เมิ่งฝูเพิ่งนั่งลงที่โต๊ะ ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก่อนเริ่มงาน สวี่เนี่ยนเห็นเธอเข้าปุ๊บก็รีบเล่าข่าวซุบซิบให้ฟังทันที
“เมิ่งฝู เธอเห็นข่าวนี้หรือยัง?”
สวี่เนี่ยนหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดแอปวิดีโอ แล้วส่งคลิปที่เพิ่งถูกอัปโหลดตอนดึกเมื่อคืนและขึ้นอันดับค้นหายอดนิยมให้เมิ่งฝู
วันนี้เมิ่งฝูยังแทบไม่ได้ดูโทรศัพท์ จึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงข่าวอะไร ด้วยความอยากรู้ เธอจึงกดเข้าไปดู
พอเสียงในคลิปดังขึ้น เธอก็รู้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนในบาร์ของจี้โจวหลี่
ภาพของเธอกับหลินลี่ถูกเบลอไปหมด แม้แต่เสียงก็ถูกปรับแต่ง
แต่ใบหน้าและเสียงของอวี๋เหยากับเฮ่อทิงซวี่กลับชัดแจ๋ว
ชาวเน็ตชอบตามเผือกกันอยู่แล้ว
แม้คลิปจะถูกโพสต์ตอนกลางดึก แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่หลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างออกรส พอถึงเช้า ทุกคนตื่นนอน กระแสก็ยิ่งลุกลามไปทั่ว
เมิ่งฝูกดเข้าไปในช่องความคิดเห็นตามสะดวก มีชาวเน็ตมือดีสืบจนแทบจะรู้ตัวตนของเฮ่อทิงซวี่กับอวี๋เหยาแล้ว
【สุดยอด ผู้ชายคนนี้โง่เกินไปหรือเปล่า ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด】
【ผู้หญิงที่อยู่ข้างเขาน่ะ ดูก็รู้ว่าเป็นดอกบัวขาว ผู้ชายก็แยกดอกบัวขาวไม่ออกจริง ๆ】
【ผู้หญิงก็เหลือเชื่อเหมือนกัน สองคนนี้เกิดมาเหมาะกันจริง ๆ รีบไปอยู่ด้วยกันเถอะ อย่าไปทำร้ายคนอื่นอีกเลย】
【……】
ปกติสวี่เนี่ยนชอบไถดูข่าวบนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว
เช้านี้พอเห็นเรื่องนี้ก็ไถไม่หยุดเลย
สวี่เนี่ยนว่า “ชาวเน็ตนี่พูดแทนใจฉันหมดเลย สองคนนี้อย่าแยกจากกันเชียวนะ ถ้าหลุดไปทำร้ายคนอื่น คงเป็นภัยไปอีกหลายชั่วอายุคน”
