รถโรลส์-รอยซ์ค่อย ๆ เร่งความเร็ว มุ่งออกจากถนนสายบาร์
แสงนีออนนอกหน้าต่างสะท้อนอยู่ในดวงตา ยังไม่สว่างไสวเท่าท้องฟ้าที่พร่างพราวด้วยดวงดาวเหนือศีรษะ
เมิ่งฝูเอ่ยจากใจจริงว่า “ขอบคุณนะคะ”
ถึงทั้งคู่จะไม่มีความรู้สึกต่อกัน แต่เขาก็ยังยอมใส่ใจเธอถึงขนาดนี้ นับว่าหาได้ยากมากแล้ว
เฟิงอวี้ไม่ได้รับคำขอบคุณนั้น
รถโรลส์-รอยซ์แล่นต่อไป เมิ่งฝูนึกว่าจะกลับไปที่เรือนหอโดยตรงเสียอีก ไม่คิดว่ารถจะจอดหน้าร้านขายยา
เธอรู้สึกแปลกใจ อยู่ดี ๆ ทำไมถึงจอดตรงนี้ หรือว่าเขาไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?
เธอกำลังจะถามด้วยความเป็นห่วง
เฟิงอวี้ก็ลงจากรถไปแล้ว
ตอนกลับขึ้นมา ในมือเขามียาทาอยู่หลอดหนึ่ง
“ยื่นมือมา”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้ม
เมิ่งฝูถึงเพิ่งเข้าใจว่าเขาแวะร้านขายยาเพื่อซื้อยาให้ข้อมือที่แดงช้ำของเธอ
ชั่วขณะนั้น เธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่ยื่นข้อมือออกไปอย่างว่าง่าย
รอยแดงที่หลงเหลืออยู่จางลงมากแล้ว
แต่รอยช้ำยังคงอยู่
คงต้องรออีกสองสามวันถึงจะหาย
เฮ่อทิงซวี่คงเกลียดเธอมาก ถึงได้ลงมือหนักขนาดนั้น
เมิ่งฝูคิดอยู่ในใจ เดิมทีนึกว่าตัวเองคงจะเสียใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกสงบมากกว่า
ความจริงที่เธอควรยอมรับตั้งนานแล้วก็คือ เฮ่อทิงซวี่ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของเธอเลย
ยาทาเย็น ๆ ถูกป้ายลงบนข้อมือ
กระดูกข้อมือที่เมื่อครู่ยังปวดระบม พอยาค่อย ๆ ซึมกระจายก็ไม่ทรมานเท่าเดิมแล้ว
“ยังเจ็บไหม?”
เฟิงอวี้ถามเสียงเบา สีหน้าเหมือนไม่ค่อยสู้ดีนัก
พอทายาเสร็จ เมิ่งฝูก็ส่ายหน้า ตั้งใจจะดึงมือกลับ แต่เฟิงอวี้กลับคว้ามือเธอไว้กะทันหัน ฝ่ามือใหญ่ของเขาโอบมือเธอไว้ได้อย่างสบาย
จากนั้นค่อย ๆ กำมือเธอเข้าหากันจนกลายเป็นกำปั้น
