เช้าวันนั้น จางเหออานตื่นสายจนตะวันโด่งตามเคย พอลืมตาขึ้นมาก็นอนมองเพดานเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง
อดถอนใจไม่ได้ว่า ชีวิตช่างสุขสบายจริง ๆ ยายเฒ่าหวังเดินเข้ามา ก็เห็นหลานรักนอนตาแป๋วอยู่บนเตียงอย่างว่าง่าย
ไม่ว่ายายเฒ่าหวังจะเห็นภาพเช่นนี้มาแล้วกี่ครั้ง ทุกครั้งที่เห็นใจก็ยังอ่อนยวบไปหมด
จางเหออานได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้ทันทีว่าคนที่มาคือคุณย่าของตน เขาขยี้ตาแล้วร้องเรียกอย่างดีใจว่า
“คุณย่า”
ยายเฒ่าหวังตอบรับด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
นางอุ้มจางเหออานออกไปข้างนอก วางลงบนม้านั่งตัวเล็ก แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำ
จากนั้นก็เช็ดใบหน้าเล็กนุ่มนิ่มของจางเหออานอย่างระมัดระวัง ยายเฒ่าหวังเอ็นดูจนทนไม่ไหว จึงหอมแก้มหลานชายแรง ๆ สองที
จางเหออานชินกับการถูกคนในบ้านหอมแก้มเป็นครั้งคราวแล้ว
แม้จะทำให้หน้าเปื้อนน้ำลาย แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ต้องตามใจเขาไป
ขณะนั้น เถียนหนิวก็พุ่งเข้ามาในลานบ้านตระกูลจางราวกับสายลม เสื้อแขนสั้นยังเปื้อนเศษหญ้าอยู่
“โก่วตั้น โก่วตั้น! ไปเล่นกันเถอะ!”
ใบหน้ากลมของเขาแดงเรื่อด้วยความตื่นเต้น เถียนหนิวเป็นลูกชายของลุงหย่วนเทียน บ้านท่านปู่ใหญ่ของจางเหออาน และอายุมากกว่าจางเหออานสองปี
ยายเฒ่าหวังมองเจ้าก้อนกลมตัวน้อยแล้วก็รู้สึกว่าหลานชายของตนเงียบขรึมเกินไปหน่อย ต่อไปก็ยังต้องคบหากับคนในหมู่บ้าน
หลานรักของนางรู้ความมาก จึงแทบไม่ออกไปเล่นข้างนอก บางครั้งเขาจะตามหลังนาง พอเห็นนางเหงื่อออก เจ้าตัวเล็กก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อให้
ไม่ก็เดินตามตาเฒ่าจางต้อย ๆ ร้องเรียก “ท่านปู่ ท่านปู่” อยู่ข้างหลัง
