ฝนปลายฤดูร้อนเริ่มโปรยลงมาอีกครั้ง กระทบกระจกหน้าต่างดังเปาะแปะไม่หยุด
มิยะชิโอะฟังเสียงฝนอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถามว่า “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ”
คิ้วของเย่เยว่ขมวดเล็กน้อย เอ่ยซ้ำอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ “ฉันอยากได้สัตว์เลี้ยง เธอเป็นให้ฉันได้ไหม”
มิยะชิโอะมองสำรวจไปรอบห้อง
ห้องกว้างมาก ห้องทานข้าวที่พวกเธออยู่ตอนนี้ใหญ่กว่าห้องครัวรวมนั่งเล่นบ้านลุงของมิยะชิโอะเสียอีก ส่วนข้าวของในห้อง เธอมองไม่ออกว่ามันมีมูลค่าเท่าไร แต่ก็ดูออกว่าวัสดุไม่เลว
“แต่ฉันเป็นผู้หญิงนะ”
เย่เยว่จ้องเธออย่างไม่เข้าใจ “ฉันคงยังไม่ตาถึงขั้นนั้น”
มิยะชิโอะ “…”
แก้มของมิยะชิโอะแดงระเรื่อ ก่อนลังเลเอ่ยปาก “เรื่องแบบนี้ โดยปกติต้องเป็นเพศตรงข้ามไม่ใช่เหรอ”
เธอก้มหน้า นิ้วมือทั้งสองข้างพันกันอยู่ตรงหน้า ขาทั้งสองก็เสียดสีไปมาอย่างกระสับกระส่าย เกิดเสียงเสียดสีของเนื้อผ้าดังซ่าซ่า
ต่อให้เย่เยว่จะเย็นชาเพียงไหน ตอนนี้ก็ถูกปฏิกิริยาของเธอทำเอามึนงงไปเหมือนกัน
ซื้อแมวซื้อหมายังต้องดูเพศอีกเหรอ
มันสำคัญอะไร
เพศเดียวกันเขม่นกันหรือไง
เย่เยว่คิดว่าตนเองเตรียมการเบื้องต้นไม่ดีพอ
เธอคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วเหลือบมองมิยะชิโอะที่นั่งเหมือนอยู่บนเตานึ่ง
เด็กสาวดูอึดอัดกว่าก่อน จากคอรดถึงใบหูอาบไปด้วยสีแดงระเรื่อ ราวกับกุ้งที่ลวกพอสุกห้าส่วน
“ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ” เย่เยว่ขี้เกียจคิดมาก ตัดบทสรุป “เธอตกลงหรือเปล่า”
พูดจบ เธอเสริมอีกประโยค “ไม่ตกลงคืนนี้ก็ไม่ไล่เธอออกไปหรอก”
เธอมีความต้องการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงจริง ๆ แต่ก็จะไม่ซ้ำเติมบีบบังคับคนอื่น เธอดูถูกที่จะทำเรื่องแบบนั้น
ในฐานะคนที่รู้จักสำเหนียกโลกดีพอ เย่เยว่ก็เข้าใจว่าเรื่องนี้ค่อนข้างน่าตะลึง เธอจึงไม่รีบร้อน เอาแต่เลื่อนโทรศัพท์เงียบ ๆ
ในยุคที่โลกออนไลน์ล้นหลาม ใคร ๆ ก็สามารถเผยแพร่อะไรบางอย่างลงบนโลกออนไลน์ได้ อินเทอร์เน็ตจึงมีสีสันหลากหลาย
และด้วยเหตุนี้จึงไม่มีอะไรน่าดูเลย
เย่เยว่วางโทรศัพท์ เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ สองครั้ง “คิดได้หรือยัง”
ร่างของมิยะชิโอะสั่นสะท้าน ก่อนเงยหน้าขึ้น มองเธออย่างตื่นตระหนก เสียงสั่นเครือ “ถ้าฉันตกลง ต้องทำอะไรบ้างหรือ”
“หา” เย่เยว่เอียงหัว “ก็ทำสิ่งที่สัตว์เลี้ยงพึงทำน่ะสิ”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วเย่เยว่เองก็ไม่รู้ว่าสัตว์เลี้ยงต้องทำอะไร
ตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยเลี้ยงสัตว์อะไรเลย ต่อให้เห็นคนอื่นพาสัตว์เลี้ยงของตัวเองอยู่ข้างนอก ก็นึกภาพไม่ออกเลยว่าพวกเขาใช้ชีวิตด้วยกันยังไง
ฝนเพียรพยายามเคาะกระจกอยู่นอกหน้าต่าง ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ น่ารำคาญจะตาย
อยู่ ๆ เย่เยว่ก็ลุกขึ้น เดินเข้าไปในครัว มองออกนอกหน้าต่าง แล้วเดินกลับมา
“ช่างเถอะ เธอไม่เต็มใจ…”
“ฉันเต็มใจ”
“หา” เย่เยว่ที่กำลังจะเลิกแล้วชะงัก
ตอนนี้มิยะชิโอะเหมือนกุ้งที่สุกเต็มที่ ร่างกายสั่นไม่หยุด เสียงของเธอแทบจะหลุดรอดออกจากลำคอ “ฉันตกลง”
พูดจบประโยค เธอก็เหมือนหมดเรี่ยวแรง ก้มหน้ามองนิ้วตัวเอง เสียงแหบแห้ง “ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรจะขายอีกแล้ว”
ถึงแม้จะเป็นเย่เยว่ที่เสนอขึ้นเอง แต่เห็นท่าทีของเธอแล้วก็รู้สึกว่าค่อนข้างเกินไป
เพราะในมุมมองของเย่เยว่ สัตว์เลี้ยงมีความหมายก็เพื่อมีชีวิตอยู่เพื่อเจ้าของ
“ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรขนาดนั้น” เย่เยว่ขมวดคิ้ว แตะเปิดโทรศัพท์ของตัวเอง “แค่พอฉันต้องการแล้วเธอทำตามหน้าที่ของตัวเอง ฉันไม่สนว่าเวลาอื่นเธอจะทำอะไร”
แรงของเธอมีไม่มากนัก ใจใส่เรื่องมากมายไม่ไหว
“แต่ห้ามมีเจ้าของอื่น”
นี่คือเส้นต่ำสุดของเธอ
มิยะชิโอะส่ายหัว อารมณ์ไม่ได้ดีขึ้นเพราะคำพูดของเธอเลย “ฉันไม่ทำหรอก”
เย่เยว่ไม่พูดอะไรอีก
เสียงคนเงียบหาย เสียงฝนดังขึ้น จากเปาะแปะค่อย ๆ กลายเป็นซู่ซ่า
ผ่านไปสองสามนาที มิยะชิโอะที่ก้มหน้าอยู่ก็มีสิ่งสี่เหลี่ยมเรืองแสงถูกดันมาตรงหน้า “ยังไม่อิ่มก็สั่งเอง มีของจำเป็นอะไรก็สั่งเอง”
เย่เยว่โยนโทรศัพท์ให้เธอแล้วลุกเดินไปที่ห้อง ถึงหน้าประตูจึงหันกลับมา “ยังไงเธอก็บอกว่าขายตัวเองแล้ว เงินแค่นี้สมควรใช้”
พูดจบ เธอหักเลี้ยวหายลับไป ในห้องมีเสียงค้นของดังขึ้น
มิยะชิโอะกำโทรศัพท์ไว้ มองแอปสั่งอาหารตรงหน้า กลืนน้ำลาย
เธอเช็ดเหงื่อบนฝ่ามือลงกางเกง แล้วปลายนิ้วก็แตะลงบนหน้าจอ
ผ่านไปประมาณสิบนาที เย่เยว่ออกมาจากห้อง ในมือถือโทรศัพท์อีกเครื่องที่กำลังเปิดเครื่องอยู่
เห็นเธอนั่งลง มิยะชิโอะก็ยื่นโทรศัพท์ให้
เย่เยว่รับมา ปิดหน้าจอ ไม่สนใจว่าจะทำโทรศัพท์เสียหรือเปล่า ใช้เข็มถอดซิมแหย่เอาซิมการ์ดออกมา
โทรศัพท์ของเธอเป็นรุ่นใหม่ ซิมการ์ดทั้งสองแผ่นเป็นแบบไม่จำกัดปริมาณเน็ต เพียงแต่แผ่นหนึ่งมีระยะเวลาโทรเพิ่ม ส่วนอีกแผ่นไม่มี
เย่เยว่จ้องซิมการ์ดสองแผ่นนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แยกไม่ออกเลยว่าแผ่นไหนเป็นแผ่นไหน ไม่คิดให้มากความ ยัดใส่มือถือทั้งสองเครื่องสุ่ม ๆ
ซิมทั้งสองแผ่นใส่เรียบร้อยแล้ว เย่เยว่เปิดโทรศัพท์ของตัวเองดู ปรากฏว่าซิมการ์ดในนั้นเป็นแผ่นที่เธอใช้ล็อกอินวีแชทพอดี
เธอเลื่อนโทรศัพท์อีกเครื่องให้มิยะชิโอะ “เอาให้เธอใช้ ลงทะเบียนแอปเอง”
มิยะชิโอะรับไป เย่เยว่จึงเปิดแอปสั่งอาหารที่ปิดไปเมื่อครู่
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเป็นครั้งที่สองของคืนนี้
มิยะชิโอะยังไม่อิ่มจริง ๆ ด้วย สั่งข้าวขาหมูจานละสิบกว่าหยวนเพิ่ม
ทว่า ต่อท้ายข้าวขาหมู เธอยังสั่งชุดชั้นในสามแบบกับชุดนอนอีกสองชุด
ปัญหาคือ ชุดชั้นในสามตัวนั่นไม่เป็นลูกไม้ก็เป็นแบบโปร่ง เย่เยว่แค่ดูรูปก็รู้สึกร้อนวาบแล้ว
ส่วนชุดนอนสลิปสองชุดนอกเหนือจากนั้นยิ่งเกินไปอีก ผ้าทั้งชุดของตัวหนึ่งรวมกันยังไม่เท่ากางเกงขาสั้นที่เย่เยว่ใส่ตอนนี้เลย
เธอกำโทรศัพท์ครุ่นคิดอยู่ไม่กี่วินาที สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองมิยะชิโอะ
มิยะชิโอะกำลังกดโทรศัพท์ รู้สึกถึงแววตาของเธอ ดวงตาใสกระจ่างเป็นประกายสั่นไหวสองที เผยความอึดอัดเล็กน้อย หน้าแดงอีกแล้ว “เธอ เธอไม่ชอบหรือ”
เย่เยว่ “…”
เธอเงียบ กดซื้อชุดชั้นในกับชุดนอนพวกนั้นทั้งหมด แถมเพิ่มไข่ต้มให้ข้าวขาหมูอีกฟอง แล้วส่ายหัว “ของพวกนี้ตามใจเธอ”
ก็ไม่ได้ใส่ให้เธอดูสักหน่อย จะไปใส่ใจทำไม
ไม่นานนัก บะหมี่เนื้อที่เย่เยว่สั่งไว้ตอนแรกก็มาถึง เป็นร้านที่ซื้อให้มิยะชิโอะ
รสชาติพื้น ๆ
ผ่านไปห้านาที ข้าวขาหมูก็มาถึง
ทั้งสองกินเสร็จรออีกครู่ ชุดชั้นในที่มิยะชิโอะซื้อก็มาส่ง
เย่เยว่ให้พนักงานส่งของวางไว้หน้าประตู ผ่านไปอีกไม่กี่นาทีถึงให้มิยะชิโอะออกไปหยิบเข้ามา
“คือว่า” มิยะชิโอะกอดชุดชั้นใน หัวรองเท้าแตะสีชมพูสองข้างชนกัน “ฉะ ฉันไปอาบน้ำนะ”
เย่เยว่พยักหน้า “ฉันไม่ได้เรียกก็ดูแลตัวเองไป อย่าถามฉันทุกอย่าง”
มิยะชิโอะลังเลเล็กน้อยก่อนพยักหน้า แล้วเดินตัวแข็งทื่อเข้าไปในห้องน้ำ
ไม่นาน เสียงน้ำอาบก็ดังขึ้น ภายในห้องน้ำก็คลุ้งไปด้วยไออุ่น
