น้ำร้อนรดลงบนผิว เยวี่ยเยว่ก็ผิวแดงเรื่อขึ้นอย่างรวดเร็ว
หล่อนยืนอยู่ใต้สายน้ำ หลับตา สมองย้อนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่หยุด
โทรศัพท์ ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง ถังขยะ มิยะชิโอะ ภาพหลายภาพฉายผ่านสมองราวกับฟิล์มภาพยนตร์ สุดท้ายก็ดัง ‘ชัก’ หนึ่งที ตรึงอยู่ที่ดวงตาคู่นั้นสมัยมัธยมปลาย
“ฮู——”
ปาดหยดน้ำบนหน้า เยวี่ยเยว่ลืมตา พลันรู้สึกว่าเรื่องมันช่างเหลวไหล
ต้นไม้จะทักทายคนได้ยังไงกัน แม่ตายไปตั้งหลายปีก็ยังผ่านมาได้ แค่สามเดือนนี่จะเป็นบ้าแล้วรึ?
เยวี่ยเยว่ไม่เข้าใจ
ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ หล่อนก็นึกถึงข้าวขาหมูชามสุดท้ายที่มิยะชิโอะกิน
กินข้าวได้เร็วดี ไข่ต้มที่คาดไม่ถึงถูกเก็บไว้กินสุดท้าย กัดทีละนิดทีละหน่อย เหมือนกำลังกินของวิเศษอะไรสักอย่าง
เอื้อมมือปิดน้ำ เยวี่ยเยว่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม
เช็ดไปได้ครึ่งหนึ่ง หล่อนก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองบอกว่าจะเลี้ยงมิยะชิโอะ แต่ดูเหมือนยังไม่ได้ให้เงินเลย
เยวี่ยเยว่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยง จึงไม่รู้ว่าปกติแล้วเลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งต้องใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ รู้แค่ว่ายิ่งเลี้ยงสัตว์ที่ดูดีก็ยิ่งเปลือง
เดินออกจากห้องน้ำ มายืนที่หน้ากระจกอ่างล้างหน้า เยวี่ยเยว่คิดย้อนไปถึงใบหน้าของมิยะชิโอะ
“เฮ้อ” หล่อนลูบคาง “สงสัยจะเปลืองเอาเรื่อง”
เปลี่ยนชุดนอนเสร็จ เยวี่ยเยว่เดินออกจากห้องน้ำ เอื้อมมือเปิดประตูห้องนอนตัวเอง
ในหัวยังคิดว่าเลี้ยงมิยะชิโอะเดือนหนึ่งต้องใช้เงินเท่าไหร่ ไม่ทันสังเกตเลยว่าปกติประตูห้องตัวเองไม่เคยปิด
จนกระทั่งเยวี่ยเยว่ขึ้นไปนั่งอยู่บนเตียง หล่อนถึงนึกถึงอีกปัญหาที่หนักหนากว่า——
ดูเหมือนหล่อนจะไม่ได้บอกมิยะชิโอะว่านอนที่ไหน
เห็นได้ชัดว่า การไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาก่อนทำให้หล่อนจัดการหลายๆ อย่างได้ไม่ค่อยดี
แต่เรื่องนี้มันหนักหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด——
มีแขนคู่หนึ่งโอบรอบเอวหล่อน
เยวี่ยเยว่เป็นคนชอบความเย็น แอร์ในห้องเปิดไว้ที่สิบหกองศาตลอด ตอนนี้เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ลมเย็นพัดมาปุ๊บ ก็เกิดอาการขนลุกขึ้นมาในพริบตา
ฝืนก้มหน้าลง ตาของเยวี่ยเยว่ก็ประสานเข้ากับน้ำพุใสที่ซ่อนอยู่ในแสงสีแดงระเรื่อ
สายตาเลื่อนลงต่ำ
ความคิดแรกของหล่อนคือ: ชุดชั้นในกับชุดนอนสองสามชุดนั้นซื้อมาได้คุ้มค่าจริงๆ
ความคิดที่สอง: สัดส่วนของมิยะชิโอะก็เข้าทีดีนี่นา
ความคิดที่สาม: แอร์นี่ระบบทำความเย็นคงเสียแล้วล่ะ
“เธอ——” เยวี่ยเยว่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเหมือนไม่ได้ดื่มน้ำหลังกินข้าวเย็น กระแอมไอหนึ่งที เสียงแหบแห้งเย็นเยียบ “มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”
หัวไหล่และลำคอด้านนอกที่มิยะชิโอะกอดไว้ฉาบด้วยสีชมพูอ่อนจาง เสียงสั่น “ทำในสิ่งที่สัตว์เลี้ยงพึงทำ”
เสียงของนางไม่ได้ดัง ถ้าไม่ตั้งใจฟัง อาจถูกเสียงฝนข้างนอกกลบหมด
สีหน้าสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านของเยวี่ยเยว่ปรากฏรอยร้าวขึ้นอย่างยากจะกลั้น
หล่อนยันตัวขึ้น พิงกับหัวเตียง สมองเริ่มครุ่นคิดถึงสถานการณ์ตอนนี้อย่างบ้าคลั่ง
หลังใช้ความคิดอยู่นานถึงห้านาที แขนหล่อนก็ชา…
เยวี่ยเยว่สะบัดมือ แล้วก้มมองมิยะชิโอะที่ยังคงกอดเอวหล่อนอยู่ ค่อยๆ เลื่อนตัวลงใต้ผ้าห่ม
สายตาของทั้งคู่กลายเป็นมองตรงในระดับเดียวกัน กลิ่นลาเวนเดอร์แบบเดียวกันคละเคล้าระยะใกล้เพียงเส้นผม
มือของมิยะชิโอะยังวางอยู่บนเอวของเยวี่ยเยว่ สั่นเทาอย่างชัดเจน
เยวี่ยเยว่เคยดูคลิปสัตว์เลี้ยงนอนกับเจ้าของทางเน็ต ล้วนเป็นพวกแมวตัวเล็กๆ ทั้งนั้น
มิยะชิโอะไม่เข้าข่าย “ตัวเล็ก” อย่างเห็นได้ชัด
เยวี่ยเยว่สูงหนึ่งเมตรหกสิบสาม เป็นความสูงปกติของสาวแดนใต้
ส่วนมิยะชิโอะสูงกว่าหล่อนหลายเซนติเมตร เกือบจะแตะหนึ่งเมตรเจ็ด เข้าข่ายสูงเด่นในหมู่คน
นิสัยขี้เกียจของเยวี่ยเยว่ไม่เคยเปลี่ยน สมัยมัธยม ที่โรงเรียนมักมีกิจกรรมรวมหมู่ ทุกครั้งที่รวมแถว หล่อนจะเดินอืดอาดมาเป็นคนท้ายๆ เสมอ
บางครั้งหลายห้องปนกัน เยวี่ยเยว่ก็จะมองหามิยะชิโอะในกลุ่มนักเรียนหญิง มองครั้งเดียวก็เจอเสมอ
คนคนนี้เหมือนกลายเป็นหมุดหมายของหล่อน
“ฉะ ฉันตื่นเต้นนิดหน่อย” เสียงของมิยะชิโอะดังขึ้นข้างหูของเยวี่ยเยว่ เหมือนน้ำเดือดพล่าน
เยวี่ยเยว่หันหน้ากลับมามองตรง มองเพดาน จ้องตะเกียงข้างบน ไม่สนใจนาง
ผ่านไปไม่กี่วินาที เสียงของมิยะชิโอะดังขึ้นอีกครั้ง “เธะ เธอจะเปิดไฟอยู่ไหม?”
เยวี่ยเยว่มองโทรศัพท์ เพิ่งสี่ทุ่ม ยังไม่ถึงเวลานอนของหล่อน “อืม เปิดอยู่”
พูดจบ หล่อนมองมิยะชิโอะที่แดงขึ้นไปอีกขั้นอย่างประหลาดใจ “เธอจะปิดไฟนอนหรือ?”
นิสัยการใช้ชีวิตดีขนาดนี้เลย? สี่ทุ่มก็จะนอนแล้ว?
มิยะชิโอะมองท่าทางสุขุมของหล่อน ฟันกัดริมฝีปากล่างเป็นรอยตื้นๆ “ฉะ ฉันเชื่อฟังเธอ”
เยวี่ยเยว่ยิ่งรู้สึกประหลาด ต่อให้เป็นสัตว์เลี้ยง เจ้าของก็ไม่ถึงขั้นต้องมาควบคุมเวลานอนของนางนี่นา
แต่หล่อนไม่ได้พูดออกไป
มีคนเพิ่มมาในที่นอน ยังไงก็ต้องปรับตัวบ้าง
ตั้งแต่จำความได้หล่อนก็นอนคนเดียวตลอด ไม่ต้องพูดถึงนอนร่วมเตียง ต่อให้นอนอยู่ห้องเดียวกันมีคนอื่นก็ไม่ได้
ครั้งหนึ่งในอดีต ตอนนอนหลับ ภรรยาใหม่ของคุณชายเย่ไม่รู้ใช้วิธีอะไรเข้ามาในห้องได้ เยวี่ยเยว่ตื่นขึ้นมาทันที
หล่อนไม่ค่อยโมโห แต่ครั้งนั้น ถ้าไม่มีใครห้ามไว้ เตียงราคาหมื่นๆ ในห้องของคุณชายเย่เกือบถูกหล่อนเผาทิ้ง ถึงอย่างนั้น ห้องนั้นก็กลายเป็นซากพังพินาศ ทุกอย่างที่คว่ำได้คว่ำลงหมด ทุกอย่างที่แตกได้แตกกระจายไม่มีเหลือ
ทว่าตอนนี้ นอกจากหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นแล้ว หล่อนกลับแทบไม่รู้สึกอึดอัดรำคาญใจเลย
เพราะมิยะชิโอะเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างนั้นหรือ?
แต่บทบาทนี้เพิ่งยืนยันเมื่อชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนเท่านั้น
ความสามารถในการปรับตัวของหล่อนมันสูงขนาดนี้เลยหรือ?
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เสียงของมิยะชิโอะก็กลิ้งเข้าหูหล่อนอีกครั้ง “เธอกำลังคิดอะไรอยู่?”
เยวี่ยเยว่ไม่เคยฝืนใจตัวเองเวลาพูด เย้ยขึ้นเบาๆ “เธอทำหน้าที่ของเธอให้ดีก็พอ มาสนใจฉันทำไม?”
สิ้นเสียง รอบข้างเงียบกริบ อยู่พักใหญ่ไม่มีใครพูด
คงโกรธแล้วกระมัง?
เยวี่ยเยว่ไม่ได้หันไปมอง และไม่คิดจะแสดงท่าทีอะไร
ในฐานะเจ้าของ หล่อนเชื่อว่าตัวเองก็ใช้เหตุผลพอสมควร
หล่อนไม่คิดว่าตัวเองกำลังทำเรื่องดีอะไร นี่เป็นแค่ความสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างคนสองคน
หล่อนให้เงินเลี้ยงดูมิยะชิโอะ มิยะชิโอะก็ทำหน้าที่สัตว์เลี้ยงให้ดี
ส่วนการตอบสนองทางอารมณ์ หล่อนไม่เคยคิดถึง
หล่อนไม่ได้เตรียมทุ่มเทความรู้สึกอะไรให้มิยะชิโอะ และโดยธรรมชาติก็ไม่จำเป็นต้องให้นางใช้ความรู้สึกตอบกลับมา
เยวี่ยเยว่จ้องตะเกียงบนเพดาน นับคริสตัลบนนั้น พอนับผิดครั้งที่สาม หล่อนก็พลันนึกขึ้นได้ว่าคนข้างตัวเหมือนจะไม่มีเสียงเงียบไปนานแล้ว
นิสัยการใช้ชีวิตดีถึงเพียงนี้เลย? หลับแล้วจริงๆ?
ลังเลอยู่สองสามวินาที หล่อนก็เอ่ยปาก “เธอจะนอนแล้วไหม?”
มิยะชิโอะไม่ได้หลับ ขานรับในทันที “ฉะ ฉันได้”
ฉันได้? ได้อะไร?
เยวี่ยเยว่คิดไม่ออก กำลังจะหันกลับไปถามนาง
แต่แล้ว สัมผัสอ่อนนุ่มอบอุ่นก็กระทบบนลำคอด้านข้าง ตัดการเคลื่อนไหวและความคิดของหล่อนลงทันที
มิยะชิโอะกำลังจูบคอหล่อน!