ข่าวยังคงฉายวนอยู่ แต่ลู่เฮ่อหรานกลับปิดหน้าจอสมองกลอัจฉริยะไปอย่างไม่ใส่ใจแล้ว
“คนชั่ว ย่อมมีสวรรค์ลงทัณฑ์”
เขาเอ่ยความเห็นออกมาลอย ๆ น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดถึงอาหารเช้าที่ไม่ถูกปาก
“เอาละ ไม่ต้องดูแล้ว ข่าวไร้สาระแบบนี้ดูมากไปเดี๋ยวก็เสียความอยากอาหาร”
ลู่เฮ่อหรานคว้าหมอนขึ้นมา ปาใส่เสิ่นเจียหลี่ที่ยังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงของเฉิงเลี่ย
“รีบกลับห้องนายไปเลย! อย่ามารบกวนหัวหน้าทีมเฉิงพักผ่อนอยู่ที่นี่”
“เออ ๆ ได้ ๆ” เสิ่นเจียหลี่โยนหมอนคืนให้ ลุกจากเตียงแล้วพูดว่า “พวกนายรีบลุกเถอะ อีกเดี๋ยวก็ต้องไปเรียนแล้ว”
พูดจบ เขาก็เอื้อมมือปิดประตู ก่อนกลับห้องพักของตัวเองที่อยู่ข้าง ๆ ไป
เฉิงเลี่ยละสายตากลับมา ดวงตาสีเทามีอารมณ์หลากหลายพลุ่งพล่าน ก่อนจะสงบลงในที่สุด
เขาไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย บนโลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ได้อย่างไร?
เมื่อคืนเพิ่งถูกข่มขู่ เช้านี้ตระกูลเฉิงก็พังครืนเสียแล้ว
“...ขอบคุณ” เฉิงเลี่ยเอ่ยเสียงเบา
“ขอบคุณเรื่องอะไร? ขอบคุณที่ฉันไล่เสิ่นเจียหลี่ไปหรือไง?” ลู่เฮ่อหรานแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง พลางเปิดผ้าห่มแล้วลุกจากเตียง
“รีบไปล้างหน้าล้างตา วันนี้ยังมีเรียนทฤษฎียุทธวิธีตอนเช้า”
“อืม” เฉิงเลี่ยรีบลุกจากเตียง พับผ้าห่ม แล้วเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ
สมองกลอัจฉริยะของลู่เฮ่อหรานสั่นขึ้นกะทันหัน
เขากวาดตามองชื่อผู้โทร【จ้าวเหย่】
จากนั้นก็หันไปทางระเบียง พร้อมเลื่อนประตูปิดตามหลัง
ทันทีที่ประตูปิดสนิท ความเกียจคร้านบนใบหน้าของเขาก็หายวับไป แทนที่ด้วยความเย็นชาอำมหิต
