หนึ่งวันต่อมา ทุกทีมก็มาถึงเส้นชัย
คนส่วนใหญ่ดูมอมแมมและอยู่ในสภาพย่ำแย่
บางทีมถึงกับแตกคอกันตั้งแต่วันที่สองหลังออกเดินทาง
ยังมีอีกหลายทีมที่เจอสัตว์กลายพันธุ์ระหว่างทาง จึงยอมแพ้การประเมินและร้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ฝึกสอนโดยตรง
เมื่อทุกคนมาถึงเส้นชัยและเห็นคะแนนของทีมที่อยู่อันดับหนึ่ง ต่างก็เบิกตากว้าง ก่อนอดอุทานออกมาไม่ได้ว่า
“เชี่ย!”
การประเมินฝึกภาคสนามสิ้นสุดลง นักเรียนทุกคนเดินทางกลับโรงเรียนทหาร
ทางชั้นปีจัดพิธีมอบรางวัลขึ้น
สมาชิกทีม “นักล่าพายุ” พากันขึ้นยืนบนแท่นรับรางวัล อาจารย์ฝึกสอนเร่ย์เจิ้นมอบรางวัลให้พวกเขาด้วยความภาคภูมิใจ
ชื่อของเฉิงเลี่ยโด่งดังไปทั่วหมู่นักเรียนใหม่
หลังจากนั้น ไม่มีใครกล้าเรียกเขาต่อหน้าว่า “ลูกนอกกฎหมาย” อีก
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฉิงเลี่ยกลับเข้าสู่โหมดสายฟาดอีกครั้ง
วันนี้เป็นวันเริ่มต้นฤดูหนาว ดาวเมืองหลวงมีฝนตก
อากาศเย็นชื้นซึมผ่านรอยแยกของหน้าต่างเข้ามา เฉิงเลี่ยนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ ปลายนิ้วจิกขอบโต๊ะแน่น เหงื่อเย็นไหลลงมาตามขมับ
ต่อมที่ขาดวิ่นบริเวณท้ายทอยเต้นตุบ ๆ ราวกับมีเลื่อยขึ้นสนิมกำลังดึงรั้งไปมาอยู่ข้างใน
เขาดึงลิ้นชักออกด้วยมือที่สั่นเทา แล้วหยิบขวดยาสีขาวไร้ฉลากออกมา
เขาเทยาออกมา แต่บนฝ่ามือกลับมีเพียงเม็ดยาสีขาวแห้งเหี่ยวเม็ดเดียว
เม็ดสุดท้าย
ยารักษาเสถียรภาพต่อมคุณภาพต่ำที่วางขายในตลาดมืดแบบนี้ ทำได้เพียงระงับความเจ็บปวดไว้ชั่วคราว แต่ไม่อาจซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายได้
หากต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป เขาจำเป็นต้องใช้ยารักษาเสถียรภาพชนิดที่ดีกว่านี้
หนึ่งหลอดราคาแสนเหรียญดาว
ตัวยาออกฤทธิ์ได้นานสี่เดือน
“กึก”
เสียงลูกบิดประตูหมุนดังขึ้น
เฉิงเลี่ยรีบเงยหน้ากลืนยาแห้ง ๆ ลงไป รสขมฝาดแผ่ซ่านไปทั่วลำคอ
