สิบนาทีต่อมา
ทั้งสองมายืนอยู่หน้าเครื่องเกมยิงปืนโฮโลแกรมขนาดใหญ่เครื่องหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า “สไนเปอร์วันสิ้นโลก”
ผู้เล่นหลายคนที่ประจำอยู่ตามเครื่องรอบข้างต่างรัวเหนี่ยวไกกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงปืนดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย คลอไปกับเสียงกรีดร้องอย่างตื่นเต้น
“เชี่ย ๆ! ตกใจหมดเลย! ซอมบี้มาแล้ว! รีบคุ้มกันฉันเร็ว! อ๊ากกก ตายแล้ว ๆ!”
ลู่เฮ่อหรานซื้อเหรียญเกมมาหนึ่งตะกร้าใหญ่ ยืนอยู่ข้าง ๆ มองตามสายตาของเฉิงเลี่ยไปยังผู้เล่นพวกนั้น พลางยิ้มขำ
“อยากเล่นเกมนี้ไหม?”
“ยิงซอมบี้น่ะ แค่เป็นตัวจำลอง ลองดูไหม?”
เฉิงเลี่ยพยักหน้า
เขาสนใจอาวุธปืนเป็นพิเศษ
ลู่เฮ่อหรานยัดปืนเลเซอร์จำลองหนักอึ้งกระบอกหนึ่งใส่มือเขา
เฉิงเลี่ยชั่งน้ำหนักปืนในมือ
น้ำหนักเบาไปหน่อย จุดศูนย์ถ่วงไม่มั่นคง แม้แต่การปรับศูนย์กล้องเล็งก็ยังคลาดเคลื่อน
“ปืนอิเล็กทรอนิกส์ ปรับศูนย์คลาดเคลื่อนมาก” เฉิงเลี่ยวิจารณ์
“ก็แหงสิ นี่มันของเล่น” ลู่เฮ่อหรานหัวเราะ
เขาหยิบปืนขึ้นมาอีกกระบอก แล้วเชิดคางไปทางเฉิงเลี่ย
“มาแข่งกันไหม ใครได้คะแนนน้อยกว่าเดี๋ยวเลี้ยงชานม”
เฉิงเลี่ยไม่ตอบ เพียงปรับท่ายืนเงียบ ๆ
ทันทีที่เสียงเอฟเฟกต์ “เริ่มเกม” ดังขึ้น ฝูงซอมบี้หน้าตาน่าสยดสยองก็ทะลักออกมาบนหน้าจอ
เฉิงเลี่ยถือปืนด้วยมือเดียว แทบไม่มีการขยับตัวเกินจำเป็นแม้แต่น้อย
“ปัง”
นัดแรก ยิงเข้าหัว
“ปัง”
นัดที่สอง ยิงเข้าหัว
แววตาของเขาเย็นชา ราวกับกำลังปฏิบัติภารกิจกวาดล้างจริง ๆ
ทุกครั้งที่เหนี่ยวไก บนหน้าจอจะต้องมีละอองเลือดระเบิดกระจาย
ไม่เปลืองกระสุนแม้แต่นัดเดียว ไม่มีการยิงพลาดเลยสักครั้ง
