ไม่นานนัก อพาร์ตเมนต์ที่ไม่ได้กว้างขวางนักก็ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านอาหารส่วนตัวชั่วคราว
สิ่งที่ลู่เฮ่อหรานเรียกว่า “ให้คนส่งวัตถุดิบมา” ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เฉิงเลี่ยจินตนาการไว้มาก
ข้าราชบริพารหลวงหลายคนในชุดเครื่องแบบสีดำปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูบ้านอย่างเงียบเชียบ
พวกเขาถือกล่องเก็บความเย็นที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ในมือ เคลื่อนไหวอย่างเงียบงันและคล่องแคล่ว
มีทั้งเนื้อวัวลายหิมะชั้นเลิศ เนื้อแกะสไลซ์สด อาหารทะเลน้ำลึกหลากชนิดที่เรียกชื่อไม่ถูก และผักปลอดสารที่ยังมีหยดน้ำค้างเกาะอยู่บนใบ
ข้าราชบริพารจัดวางของทุกอย่างไว้อย่างเรียบร้อย แถมยังมีน้ำใจทิ้งไวน์แดงชั้นดีที่บ่มมานานถึงสองขวดไว้ให้ด้วย
จากนั้นพวกเขาก็โค้งกายถอยออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับเงาที่เลือนหายไปตรงปลายทางเดิน ไม่ต่างจากตอนมา
ลู่เฮ่อหรานมองหม้อไฟฟ้าขนาดเล็กใบใหม่เอี่ยมสองใบที่คนรับใช้ทิ้งไว้ให้ แล้วนิ่งเงียบไปชั่วขณะ
ทำไมถึงมีหม้อสองใบ?
เขารักความสะอาดขั้นรุนแรงจนต้องแยกหม้อกินกับเฉิงเลี่ยเลยหรือไง?
ลู่เฮ่อหรานเหลือบมองเฉิงเลี่ยอย่างแนบเนียน ขณะอีกฝ่ายกำลังสำรวจวัตถุดิบเหล่านั้นด้วยความสนใจ
แล้วแอบซ่อนหม้อใบหนึ่งไว้ใต้โต๊ะเงียบ ๆ
เฉิงเลี่ยในชาติก่อนดูเหมือนจะไม่เลือกกิน
แต่เพื่อให้แน่ใจ ลู่เฮ่อหรานก็ยังหยิบซองน้ำซุปหม้อไฟออกมาจากถุงอาหารสองซอง
“ชอบกินแบบไหน?”
เขายกซองน้ำซุปทั้งสองซองขึ้นตรงหน้าเฉิงเลี่ย
“เผ็ดชาลิ้น หรือมะเขือเทศ?”
เฉิงเลี่ยละสายตาจากเนื้อชั้นเลิศ มองไปยังซองน้ำซุปสีสันสดใสทั้งสองซอง
“นายชอบแบบไหนก็ใส่แบบนั้น” เขาตอบ
ลู่เฮ่อหรานเลิกคิ้วสูงขึ้นอีก
