ลู่เฮ่อหรานสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เขาฝืนเบนสายตา ก่อนยัดเต้าหู้ชิ้นนั้นเข้าปาก ทว่ากลับไม่รู้สึกถึงรสชาติใดเลย
“ร้อนหรือ?”
เสียงของลู่เฮ่อหรานแหบพร่าเล็กน้อย แฝงความตึงเครียดที่แทบสังเกตไม่ออก
“อืม... นิดหน่อย”
เฉิงเลี่ยวางตะเกียบลง ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง พลางจ้องคนตรงข้ามด้วยแววตาเหม่อลอย
“ลู่เฮ่อหราน”
“หืม?”
“...คุณหอมจัง”
ประโยคนี้ฟังดูไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่กลับแฝงความกำกวมชวนใจเต้นอย่างตรงไปตรงมา
ลู่เฮ่อหรานสะดุ้งจนมือสั่น ตะเกียบตกกระทบโต๊ะดังแกร๊ก
เขาเหลือบมองเฉิงเลี่ย
เมาแล้วหรือ?
ไม่ใช่มั้ง~
ถึงจะเมาก็ใช่ว่าจะพูดจาหยอดกันมั่วซั่วได้นะโว้ย!
ลู่เฮ่อหรานฝืนทำใจให้สงบ หยิบขวดเหล้ามารินให้ตัวเองอีกแก้ว พยายามกลบเกลื่อนความลนลานที่วาบผ่านไปเมื่อครู่
“หอมอะไรกัน นั่นมันกลิ่นหม้อไฟต่างหาก”
“เมาแล้วหรือ?”
“ยังไม่เมา”
เฉิงเลี่ยส่ายหน้า ปอยผมสีเงินบนศีรษะชี้เด่ขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู สั่นไหวไปตามการเคลื่อนไหว
เขายังไม่ถึงกับเมาจนไม่ได้สติ เพียงแต่แนวป้องกันของเหตุผลถูกฤทธิ์สุราละลายไปเกินครึ่ง
ความปรารถนา ความละโมบ และความหวาดกลัวที่ปกติถูกกดเอาไว้แน่นหนา ต่างพากันทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งในเวลานี้
เฉิงเลี่ยมองลู่เฮ่อหรานผ่านดวงตาพร่ามัวจากฤทธิ์เมา สายตาละโมบไล้สำรวจทุกส่วนบนใบหน้าของอีกฝ่าย
คมคาย หล่อเหลา และสูงส่งเกินเอื้อม
คือองค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิ และเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในอนาคต
“องค์รัชทายาท”
เฉิงเลี่ยเอ่ยขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดื้อดึง
“ต่อไป... คุณจะแต่งงานกับใครหรือ?”
“แค่ก—”
เหล้าที่ลู่เฮ่อหรานเพิ่งดื่มเข้าไปแทบพุ่งออกมาเพราะสำลัก
แต่งกับใครหรือ?
ชาติก่อนก็แต่งกับนายไง!
ส่วนชาตินี้...
