สีหน้าของพี่รองตระกูลหลินพลันเคร่งขรึมลง
“...หลี่เฉี่ยวอวิ๋น เธอเอาก้นติดเก้าอี้ไว้หรือไง? พี่เขายังไม่กลับมา ก็ไปทำกับข้าวไม่ได้หรือไง?”
หลี่เฉี่ยวอวิ๋นไม่สะทกสะท้านกับแรงกดดันของหลี่ชุนเซิง สวนกลับทันที “ทำไมฉันต้องทำกับข้าวคอยรับใช้พี่ด้วย? อยากกินก็ไปทำเองสิ!”
“นังเด็กเหลือขอ แกพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง?”
หลี่ชุนเซิงเดือดขึ้นมา “ฉันเป็นพี่ชายคนโตของแกนะ”
หลินเสี่ยวเหม่ยพึมพำเสียงเบา “เขาไม่ได้อยากเป็นพี่ชายหรอก เขาอยากเป็นเจ้าของทาสมากกว่า”
คำพูดนั้นช่วยให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวของหลี่ชิงเหอดีขึ้น
“กินแตงโมสิ”
แม่หลินเลือกชิ้นใหญ่เป็นพิเศษแล้วยื่นให้หลี่ชิงเหอ “อย่าไปสนใจพวกเขาเลย ถ้าเธอไม่ทำกับข้าว เดี๋ยวก็มีคนทำเอง ไม่ปล่อยให้พวกเขาหิวตายหรอก”
“ใช่ ชิงเหอรีบกินเถอะ”
หลินเสี่ยวเหม่ยงับแตงโมคำโต พอเนื้อแตงโมเข้าปาก ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “ว้าว แตงโมนี่อร่อยจัง”
แม่หลินกับพี่รองตระกูลหลินก็ลองกัดไปคนละคำ สีหน้าต่างแสดงความประหลาดใจ
“แตงโมนี่คงแพงมากเลยสินะ?”
แม่หลินมองหลี่ชิงเหออย่างเป็นห่วง “กิโลละเท่าไร? ไว้ป้าหยางจะชดใช้ให้...”
หลี่ชิงเหอส่ายหน้า
“ไม่แพงค่ะ ป้าหยางกินได้อย่างสบายใจ แตงโมนี่ปลูกเองโดยครอบครัวเกษตรกรที่ร่วมมือกับเรา ได้ยินว่าเมล็ดพันธุ์สืบทอดกันมาหลายรุ่น ดินก็ผ่านการปรับปรุงเป็นพิเศษ รสชาติเลยต่างจากที่เราซื้อกันเองค่ะ”
แม่หลินร้องอ๋อ
แต่พี่รองตระกูลหลินยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
รสชาติของแตงโมลูกนี้ไม่เหมือนลูกไหนที่เขาเคยกินมาตลอดหลายปี เนื้อร่วนฉ่ำ น้ำหวานเย็นชื่นใจไหลลงท้อง ทำให้รู้สึกสบายไปทั้งตัว
